วันศุกร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2553

บล.เกียรตินาคิน : PHATRA แนะนำซื้อ ราคาเหมาะสมปี 2554 ที่ 33.74 บาท

ผลจากเงินทุนไหลเข้าทำให้มูลค่าการขายเฉลี่ยต่อวันของปี 2553 เพิ่มขึ้น
เป็น 2.6 หมื่นล้านบาท/วัน เราจึงปรับสมมติฐานมูลค่าการซื้อขายปี 2553 ขึ้นเป็น
2.3 หมื่นล้านบาท/วัน คาดมีการบันทึกรายได้จากการเป็นที่ปรึกษาทางการเงินการ
เพิ่มทุนการบินไทยในไตรมาสนี้ เมื่อรวมกับรายได้ค่านายหน้าที่เพิ่มขึ้น คาดว่าจะทำ
ให้ผลประกอบการไตรมาส 3/53 ออกมาโดดเด่นมาก ปรับประมาณการกำไรสุทธิและ
เงินปันผลปี 2553-54 ขึ้น และปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2554 ที่ 33.74 บาท มี
upside gain อยู่ 22.7% และ PHATRA นั้นเป็นหุ้นที่มีเงินปันผลสูง เราจึงปรับคำ
แนะนำของ PHATRA ขึ้นจาก “ถือ” เป็น “ซื้อ”
ผลจากเงินทุนไหลเข้าทำให้มูลค่าการขายเฉลี่ยต่อวันของปี 2553 เพิ่มขึ้น
เป็น 2.6 หมื่นล้านบาท/วัน เราจึงปรับสมมติฐานมูลค่าการซื้อขายปี 2553 ขึ้นเป็น 2.3
หมื่นล้านบาท/วัน ถึงแม้ PHATRA จะมีส่วนแบ่งตลาดในไตรมาส 3/52 ลดลง แต่
มูลค่าการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นมากน่าจะทำให้รายได้ค่านายหน้าของ PHATRA เพิ่มขึ้น
จากไตรมาสก่อน
ผลจากเงินทุนไหลเข้าส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ใน ตลท.
เพิ่มสูงขึ้นมาก โดยในไตรมาส 3/53 มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย (ไม่รวมมูลค่าการซื้อ
ขายของบัญชี บล.) สูงถึง 3.2 หมื่นล้านบาท/วัน เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่มีมูลค่า
การซื้อขาย 2 หมื่นล้านบาท/วัน ถึง 54.3% และทำให้มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยตั้งแต่ต้น
ปีเพิ่มขึ้นมาเป็น 2.6 หมื่นล้านบาท ทำให้เราปรับสมมติฐานมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อ
วันของปี 2553 ขึ้นเป็น 2.3 หมื่นล้านบาท/วัน จากเดิม 2 หมื่นล้านบาท/วัน แต่ทั้งนี้ใน
ไตรมาสนี้ PHATRA มีส่วนแบ่งตลาดค่านายหน้าลดลงเหลือ 3.6% จากไตรมาสก่อน
ที่มีส่วนแบ่งตลาดค่านายหน้า 4.01% แต่มูลค่าการซื้อขายที่เพิ่มสูงขึ้นมาก ทำให้เรา
คาดว่ารายได้ค่านายหน้าของ PHATRA ในไตรมาส 3/53 นั้นจะเพิ่มสูงขึ้น ถึงแม้ว่า
ส่วนแบ่งตลาดจะปรับลดลงก็ตาม
PHATRA มีจุดเด่นทางด้านวาณิขธนกิจ คาดมีการบันทึกรายได้จากการเป็น
ที่ปรึกษาทางการเงินการเพิ่มทุนการบินไทยในไตรมาสนี้ เมื่อรวมกับรายได้ค่านาย
หน้าที่เพิ่มขึ้น คาดว่าจะทำให้ผลประกอบการไตรมาส 3/53 ออกมาโดดเด่นมาก
PHATRA นั้นมีจุดเด่นทางด้านงานวาณิชธนกิจ และมีงานวาณิชธนกิจขนาดใหญ่ใน
มืออยู่อีกเป็นจำนวนมาก เช่นการเป็นที่ปรึกษาทางการเงินในการขายหุ้นเพิ่มทุนของ
การบินไทย ซึ่งมีมูลค่าการระดมทุนสูงถึง 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งหุ้นเพิ่มทุนนี้ได้ทำ
การซื้อขายแล้วในวันที่ 28 ก.ย. 2553 ทำให้เราคาดว่า PHATRA จะมีการบันทึกราย
ได้ค่าธรรมเนียมจากการเป็นที่ปรึกษาทางการเงินครั้งนี้ประมาณ 30 ล้านบาท ในไตร
มาส 3/53 ซึ่งจะทำให้เมื่อรวมรายได้ค่านายหน้าที่จะเพิ่มสูงขึ้นมากจากมูลค่าการซื้อ
ขายที่เพิ่มสูงขึ้นแล้ว จะทำให้ผลประกอบการของ PHATRA ในไตรมาส 3/53
ออกมาดีมาก
จากการปรับเพิ่มสมมติฐานมูลค่าการซื้อขายขึ้น ทำให้ประมาณการกำไร
สุทธิปี 2553-54 เพิ่มขึ้นด้วยเป็น 577 และ 514 ตามลำดับ และปรับเพิ่มประมาณการ
การจ่ายปันผลขึ้นด้วยเป็น 2.60 และ 2.35 บาท ตามลำดับ
จากการปรับเพิ่มสมมติฐานมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในปี 2553 และปี 2554 ขึ้น
เป็น 2.3 หมื่นล้านบาท และ 2.4 หมื่นล้านบาทตามลำดับ และเราได้ปรับเพิ่มประมาณ
การรายได้ค่าธรรมเนียมของ PHATRA ขึ้นส่งผลให้ประมาณกำไรสุทธิปี 2553 และ
2554 เพิ่มขึ้นเป็น 577 ล้านบาท และ 514 ล้านบาท ตามลำดับ จากเดิมที่เราคาดไว้
ที่ 399 และ 345 ตามลำดับ และเราได้ปรับเพิ่มประมาณการการจ่ายปันผลของปี
2553 และ 2554 ขึ้นด้วยเป็น 2.60 บาท/หุ้น และ 2.35 บาท/หุ้น ตามลำดับ โดย
PHATRA นั้นได้มีการจ่ายปันผลระหว่างกาลปี 2553 ไปแล้วจำนวน 1.35 บาท/หุ้น
คาดว่า PHATRA จะมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นในปี 2554 จากการปรับวิธีการ
คิดส่วนแบ่งค่านายหน้ากับเมอริล ลินช์ และการนำการซื้อขายแบบโปรแกรมมาใช้
และปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2554 ที่ 33.74 บาท มี upside gain อยู่ 22.7% และ
PHATRA นั้นเป็นหุ้นที่มีเงินปันผลสูง เราจึงปรับคำแนะนำของ PHATRA ขึ้น
จาก “ถือ” เป็น “ซื้อ”
ในปี 2554 เราคาดว่ากำไรสุทธิของ PHATRA จะปรับตัวลดลง เนื่องจาก
ในปีนี้ PHATRA มีดีลวาณิชธนกิจขนาดใหญ่อย่างการบินไทย ส่วนในปี 2554 นั้นเรา
ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับงานวาณิชธนกิจขนาดใหญ่ของ PHATRA เราจึงยังไม่รวมราย
ได้ส่วนนี้ไว้ในประมาณการ ทั้งนี้จากการที่เราคาดว่ามูลค่าการซื้อขายใน ตลท. จะ
ปรับตัวเพิ่มขึ้นเนื่องจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และการที่คาดว่าส่วนแบ่งตลาดค่า
นายหน้าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น จากการปรับวิธีการคิดส่วนแบ่งรายได้กับเมอริล ลินช์ รวม
ถึงการที่ PHATRA จะนำระบบการซื้อขายแบบโปรแกรมมาใช้ ถึงแม้ว่าอาจจะทำให้
ค่านายหน้าเฉลี่ยของ PHATRA นั้นลดลง แต่น่าจะทำให้มูลค่าการซื้อขายของ
PHATRA เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้รายได้ค่านายหน้าของ PHATRA เพิ่มสูงขึ้นด้วย เรา
จึงปรับ P/E ที่ใช้ในการคำนวณราคาที่เหมาะสมของ PHATRA ขึ้นจากเดิม 12 เท่า
ขึ้นเป็น 14 เท่า และปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2554 ที่ 33.74 บาท มี upside gain
อยู่ 22.7% และ PHATRA นั้นเป็นหุ้นที่มีเงินปันผลสูง เราจึงปรับคำแนะนำของ
PHATRA ขึ้นจาก “ถือ” เป็น “ซื้อ”





เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 01/10/10 เวลา 10:03:32

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น