ผู้บริหารตั้งเป้ายอดขายปี 2533 ประมาณ 10,000 ล้านบาท โต 41% และ ปี 2554
โตอีก 10% แรงหนุนอุตสาหกรรมรถยนต์
ผู้บริหารยังมีมุมด้านบวกต่อแนว โน้มอุตสาหกรรมรถยนต์ของไทย จาก
ค่ายรถยนต์ต่างๆได้มีแผนการลงทุนในไทยมากขึ้น เราประเมินยอดขายในปีนี้จะพุ่ง
ขึ้นถึง 50% เป็น 10,700 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิเท่ากับ 328 ล้านบาท (กำไรต่อ
หุ้น 1.45 บาท) ดีขึ้นจากปีก่อนที่ที่ขาดทุน 109 ล้านบาท สำหรับปีหน้าประเมินยอด
ขายและกำไรจะเติบโต 8%-10% คงแนะนำ ถือ ประเมินราคาเหมาะสม 15.5 บาท
ปี 2553 ผู้บริหารตั้งเป้ายอดขายหมื่นล้านบาท โต 41% และโตอีก 10% ในปีหน้า
บมจ. อาปิโก ไฮเทค (AH) ได้จัดงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุนเมื่อวาน
(23 ส.ค.) ผู้บริหารยังมีมุมด้านบวกต่อแนวโน้มอุตสาหกรรมรถยนต์ของไทย จากค่าย
รถยนต์ต่างๆได้มีแผนการลงทุนในไทยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ฟอร์ด มาสด้า มิตซูบิชิ
จีเอ็ม โตโยต้า และ ซูซูกิ รวมถึงค่ายรถต่างๆมีแผนที่จะเปิดตัวรถอีโคร์-คาร์ ในช่วง
1-3 ปีนี้ ได้แก่ นิสสัน, ฮอนด้า, ซูซูกิ, โตโยต้า และ ทาทา ซึ่งจะทำให้ยอดผลิตรถ
ยนต์ในปีนี้เติบโตถึง 60% เป็น 1.6 ล้านคัน ส่วนปีหน้าจะโตอีกประมาณ 10% ดังนั้น
ผุ้บริหารของ AH ประเมินยอดขายชิ้นส่วนยานยนต์ในปี 2553 จะพุ่งขึ้นเป็นประมาณ
10,000 ล้านบาท หรือเติบโต 41% จากยอดขายในปีก่อนเท่ากับ 7,114 ล้านบาท
และ ประเมินยอดขายในปีหน้าจะเติบโตอีกประมาณ 10%
แนวโน้มปี 2553 คาดผลประกอบการจะฟื้นตัวมีกำไรโดดเด่นขึ้น
ตัวเลขผลประกอบการของ AH ในงวดครึ่งปีแรก มียอดขาย 5,253 ล้านบาท
เติบโต 78% จากปีก่อน และ มีกำไรสุทธิเท่ากับ 172 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่
ขาดทุน 106 ล้านบาท โดยอัตรากำไรขั้นต้นแม้ว่าจะปรับตัวดีขึ้นเป็น 8% จากปีก่อน
6% แต่ยังเป็นระดับที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับหุ้นอื่นๆในกลุ่มยานยนต์ โดยกำไรจะมา
จากสองรายการหลักคือ รายได้อื่น (173 ล้านบาท ) และ ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัท
ร่วม (77 ล้านบาท) โดยเราประเมินยอดขายในปีนี้จะพุ่งขึ้นถึง 50% เป็น 10,700 ล้าน
บาท มากกว่าประเมินการของผู้บริหารเล็กน้อย และ ประเมินกำไรสุทธิเท่ากับ 328
ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 1.45 บาท) ดีขึ้นจากปีก่อนที่ที่ขาดทุน 109 ล้านบาท สำหรับปี
หน้าเบื้องต้นเราประเมินยอดขายจะปรับตัวขึ้นต่ออีก 10% เป็น 11,770 ล้านบาท และ
มีกำไรสุทธิเท่ากับ 354 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 1.56 บาท) เพิ่มขึ้น 8%
คงแนะนำ ถือ ประเมินราคาเหมาะสม 15.5 บาท
ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขาย P/E ปี 2553 เท่ากับ 10.1 เท่า, EV/EBITDA 6.4
เท่า และ เงินปันผลตอบแทนเท่ากับ 3.9% เราประเมินราคาเหมาะสมเท่ากับ 15.5
บาท บนฐาน P/E ปี 2554 เท่ากับ 10 เท่า เช่นเดียวกับหุ้นอื่นๆในกลุ่มยานยนต์ ผล
ประกอบการของ AH ได้ฟื้นตัวมามีกำไรโดดเด่น แต่ส่วนใหญ่เกิดจาก รายได้อื่น
และ ส่วนแบ่งกำไรเงินลงทุน โดยอัตรากำไรขั้นต้นยังค่อนข้างต่ำกว่าอุตสาหกรรม
ซึ่งหากเกิดการพลิกผันในอุตสาหกรรมรถยนต์ AH มักจะมีผลประกอบการด้อยกว่า
หุ้นหลักๆที่เราศึกษา ดังนั้นรวมแล้ว เราคงคำแนะนำ ถือ จากช่วงนี้ยังได้แรงหนุน
จากอุตสาหกรรมรวม
เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 24/08/10 เวลา 9:46:52
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น