• ความต้องการใช้เหล็กเส้นในประเทศมีแนวโน้มฟื้นตัว หนุนโดยการก่อสร้างที่
เพิ่มขึ้นหลังบรรยากาศในการลงทุนดีขึ้นหลังปัญหาการเมืองคลี่คลาย และรัฐบาลเร่งเดินหน้า
โครงการลงทุนต่างๆ ตามแผนกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 เราคาดว่าอุปสงค์เหล็กเส้นในประเทศ
จะเพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกับตลาดโลก โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 13%YoY เป็น 5.1 ล้านตันในปี
53 ปริมาณขายเหล็กของ TSTH คาดว่าจะเพิ่มขึ้น โดยในเดือนก.ค.-ส.ค.53 ปริมาณขายสูงขึ้น
6% เป็นเฉลี่ย 105,000 ตันต่อเดือน จาก 99,000 ตันต่อเดือนในไตรมาสก่อนหน้า ราคาขาย
เฉลี่ยทรงตัวที่ 19,500 บาทต่อตัน แม้ว่าการฟื้นตัวจะยังไม่มากแต่ก็ถือว่าธุรกิจของ TSTH ได้
ผ่านจุดต่ำสุดในรอบนี้มาแล้ว และมีแนวโน้มที่จะดีขึ้นเป็นลำดับ
• คาดกำไรสุทธิ 2H54 จะดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับกำไรสุทธิ 2Q54 (ก.ค.-
ก.ย.53) คาดว่าจะยังคงเป็นแค่คุ้มทุน เพราะปริมาณขายเพิ่มขึ้นไม่มาก อัตรากำไรขั้นต้นถูกกด
ดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูง และราคาขายเฉลี่ยทรงตัว แต่ใน 2H54 (ต.ค. 53-มี.ค.54) คาดว่าจะ
กระเตื้องขึ้น เพราะปริมาณการใช้เหล็กในประเทศมีแนวโน้มดีตามการก่อสร้างที่ฟื้นตัว อัตรา
กำไรขั้นต้นสูงขึ้นจากการปรับเพิ่มราคาขาย และได้รับประโยชน์จากโรงถลุงเหล็กขนาดเล็ก
เนื่องจากราคาเศษเหล็กปรับขึ้นเร็วกว่าราคาถ่านหินโค้ก (Coke) ฝ่ายวิจัยฯ ปรับเพิ่มประมาณ
การกำไรสุทธิปี 54 ของบริษัทขึ้น 56% เป็น 1.14 พันล้านบาท
• ปรับเพิ่มคำแนะนำ TSTH เป็นซื้อ (เดิม Fully Valued) ทั้งนี้มองว่าความต้อง
การใช้เหล็กในประเทศปี 53-54 จะเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของเศรษฐกิจและภาคก่อสร้าง และ
ราคาขายค่อยๆ ขยับขึ้น ผลประกอบการของ TSTH ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และมีแนวโน้มดีขึ้น
นับจากนี้ เราชอบ TSTH เพราะเป็นบริษัทที่จะได้ประโยชน์สูงจากการฟื้นตัวของการก่อสร้างใน
ประเทศ ทั้งยังเป็นผู้ผลิตที่มีประสิทธิภาพในการผลิตสูงสุด เราปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น
2.48 บาท (เดิม 1.16 บาท) โดยราคาตามพื้นฐานใหม่ อิงกับ P/BV ปี 54 ที่ 1.2 เท่า ซึ่งเท่า
กับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 7 ปี + 1SD
เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 31/08/10 เวลา 15:11:11
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น