กลยุทธ์ขยายธุรกิจแนวดิ่ง..ถูกต้อง แต่ยังไม่ชัดและไม่มั่นใจ
เราเห็นด้วยกับแนวทางการขยายลงทุนสู่เหล็กต้นน้ำของ SSI เพื่อเป็นผู้ผลิตเหล็กที่
ครบวงจร และสร้างมั่นคงด้านวัตถุดิบให้แก่ธุรกิจ รวมทั้งโอกาสในการขยายตลาด แต่ด้วยขนาด
เงินลงทุนที่มีนัยเมื่อเทียบกับขนาดสินทรัพย์เดิม และการระดมทุนเพิ่มไม่ว่าจะเป็นการกู้หรือการ
เพิ่มทุน ล้วนทำให้บริษัทและผู้ถือหุ้นเดิมมีภาระเพิ่มขึ้น ขณะที่ความสามารถในการทำกำไรยัง
ไม่ชัดเจน เพราะที่ผ่านมา แม้จะอยู่ภายใต้การบริหารของผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของโลกที่มี
ประสบการณ์ยาวนานอย่าง Tata Steel Group แต่โรงถลุงนี้ก็ทำได้แค่เพียงระดับคุ้มทุน เมื่อ
ผนวกกับแนวโน้มธุรกิจของ SSI เองยังไม่สดใสในระยะสั้นนัก เราจึงคงคำแนะนำ “ขาย”
คาดดีลนี้ได้ข้อสรุป สิ้นปี 53
วานนี้ SSI จัดประชุมนักวิเคราะห์ เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมกรณีซื้อโรงถลุงเหล็กใน
อังกฤษ - Teesside Cast Products (TCP) ทั้งความเป็นมาของดีลนี้ ลักษณะเชิงยุทธศาสตร์
ของโรงถลุงเหล็ก ผลบวกที่จะได้รับจากการลงทุน และความเป็นไปได้ของแหล่งเงินทุน โดย
บริษัทยังไม่สามารถให้ข้อมูลลงไปในรายละเอียดได้ด้วยเหตุผลว่าอยู่ระหว่างการทำดีล แต่คาดว่า
จะได้ข้อสรุปข้อตกลงทั้งหมดภายในสิ้นปีนี้
การขยายธุรกิจเชิงกลยุทธ์...ส่งผลบวกในระยะยาว
เราเห็นด้วยกับแนวทางที่ SSI ต้องการขยายธุรกิจสู่เหล็กต้นน้ำ ด้วยการซื้อสินทรัพย์
ของ TCP ซึ่งจะทำให้ SSI เป็นผู้ผลิตเหล็กแผ่นครบวงจร สามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูงขึ้น
เพิ่มโอกาสในการขยายตลาดในต่างประเทศ แถมยังมีความมั่นคงทางด้านวัตถุดิบ สามารถทน
แต่แรงเสียดทานต่อการเปลี่ยนแปลงในวงจรของธุรกิจเหล็กได้ดีขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ยังกังวลถึง
ความสามารถในการทำกำไรในอนาคต เนื่องจากโรงถลุงเหล็กดังกล่าวต้องผลิตถึง 3.2 ล้านตัน/
ปี (91% ของกำลังการผลิตรวม) จึงจะไม่ขาดทุน ที่ผ่านมาแม้จะอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ
ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของโลกที่มีประสบการณ์ยาวนานอย่างกลุ่มทาทาโรงถลุงเหล็กดังกล่าวยังทำ
ได้เพียงแค่จุดคุ้มทุนเท่านั้น
มีความเป็นไปได้ที่อาจต้องเพิ่มทุน
แม้การประชุมวานนี้ SSI จะยังไม่มีการสรุปแหล่งเงินทุนเพื่อใช้ในการซื้อโรงถลุง
เหล็ก TCP ชัดเจน แต่เนื่องด้วยมูลค่าการลงทุนสูงถึงกว่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ(รวมเงินทุน
หมุนเวียน) ในขณะที่ SSI มีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน 1 เท่า ทำให้มีความเป็นไปได้ที่ SSI จะต้อง
เพิ่มทุน หากสมมติให้บริษัทคงอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนไว้คงเดิมเท่ากับปัจจุบัน หมายความว่า
บริษัทต้องเพิ่มทุนใหม่ให้กับผู้ถือหุ้นเดิมราว 31% (คำนวณจากราคาปิดล่าสุด) หรือหากจัดสรร
หุ้นให้แก่บุคคลแบบเฉพาะเจาะจง ก็จะเกิด diulution effect กับผู้ถือหุ้นเดิมราว 24%
เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 31/08/10 เวลา 11:16:05
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น