กำลังการผลิตเต็มที่อยุธยา
เรานำคณะ ผจก. กองทุนไปเยี่ยมชมโรงงานของ HANA ที่อยุธยา และพอใจกับการใช้
พื้นที่เต็มที่โรงงานดังกล่าว พื้นที่ของโรงงานเต็มไปด้วยเครื่องจักรทางเดินดูคับแคบ และ
พนักงานต่างก็วุ่นวายกับการทำงาน ภาพรวมดังกล่าวต่างจากครั้งที่แล้วที่เราไปเยี่ยมชมเมื่อ 2 ปี
ที่แล้ว ทั้งนี้บริษัทฯ ได้เปิดเผยว่าปัจจุบันอัตราการใช้กำลังการผลิตสูงถึง 95% และโรงงานต้อง
ทำงาน 24 ชม.ต่อวัน และ 7 วันต่อสัปดาห์
ตึกใหม่ใกล้สร้างเสร็จแล้ว
เรามีโอกาสได้เยี่ยมชมตึกใหม่ ซึ่งคาดว่าจะสร้างเสร็จในไตรมาส 4/53 ทั้งนี้ตึกใหม่ดัง
กล่าว ซึ่งมีพื้นที่การผลิตอยู่ที่ประมาณ 6,500 ตรม. จะถูกใช้เพื่อทดสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ซึ่งให้
อัตรากำไรสูงสุด บริษัทฯได้เปิดเผยว่าตึกดังกล่าวจะสร้างเสร็จภายในวันศุกร์นี้ และจะติดตั้ง
เครื่องจักรได้ภายในอาทิตย์หน้า นอกจากนี้บริษัทฯ ยังสร้างคลังสินค้าใหม่อีก 1,000 ตรม. เพื่อ
รอบรับการเติบโตที่อยู่ในระดับสูง
ทุกโรงงานมีอัตราการใช้กำลังการผลิตในระดับสูง
นอกจากนี้บริษัทฯ ยังให้แนวโน้มที่ดีสำหรับโรงงานในลำพูนและจีน โรงงานในลำพูน
อัตราการใช้กำลังการผลิตสูงถึง 95% ทำให้บริษัทฯ ขยายพื้นที่อีก 33,000 ตารางฟุต (คาดว่าจะ
เสร็จในไตรมาส 4/53) ส่วนโรงงานในจีนก็มีอัตราการใช้กำลังการผลิตสูงกว่า 85% ทำให้เรา
คาดว่าบริษัทฯ จะต้องขยายกำลังการผลิตในเร็ววันนี้ การขยายกำลังการผลิตที่อยุธยาและลำพูน
จะเพิ่มกำลังการผลิตอีก 11% ให้กับกำลังการผลิตรวม หลังการขยายกำลังการผลิตพื้นที่เดิมใน
อยุธยาและลำพูนนั้นใกล้จะเต็ม เพื่อรอบรับการเติบโตในระยะยาว บริษัทฯ จึงกำลังเจรจาซื้อที่ดิน
เพิ่มในลำพูนอีก 90 ไร่ ทำให้เรามีความมั่นใจเกี่ยวกับแนวโน้มของบริษัทฯ
แนวโน้มยังเป็นบวก
แม้ว่า HANA จะรายงานอัตรากำไรเพิ่ม 6 ไตรมาสติดต่อกันแล้ว บริษัทฯ ยังคาดว่าจะ
รายงานกำไรที่เพิ่มขึ้นอีกในไตรมาส 3/53 โดยปัจจัยบวกสำคัญในไตรมาส 3/53 จะอยู่ที่ยอด
ขายสินค้า IC และ GPS ซึ่งให้อัตรากำไรสูง อย่างไรก็ดีบริษัทฯคาดว่าผลประกอบการในปี
2553 จะเคลื่อนไหวตามรูปแบบฤดูกาลปกติ ซึ่งหมายถึงผลประกอบการจะสูงสุดในไตรมาส 3
และชะลอตัวในไตรมาส 4 อย่างไรก็ดี จากรูปแบบด้านฤดูกาลผลประกอบการในครึ่งปีหลังจะดี
กว่าในครึ่งปีแรก โดยเราคาดว่ากำไรที่สูงเป็นประวัติการณ์ในปี 2553 ที่ 2.7 พันล้านบาท (เพิ่ม
ขึ้น 31.6% YoY) เป็นระดับที่สูงกว่ากำไรก่อนเศรษฐกิจตกต่ำที่ 2.4 พันล้านบาทในปี 2550
นอกจากนี้เรายังคาดว่ากำไรในปี 2554 จะสูงเป็นทำลายสถิติใหม่ที่ 3.0 พันล้านบาท (เพิ่มขึ้น
9.9%) ทั้งนี้เราคาดว่าการเติบโตในปี 2554 จะเกิดจากแนวโน้ม outsourcing จากประเทศ
เศรษฐกิจก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น
ปรับเพิ่มกำไรในปี 2554 ขึ้น 9.9%
กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นและแนวโน้มที่ดีในอนาคตทำให้เราปรับเพิ่มกำไรอีก 2.8% ใน
ปี 2553 และ9.9% ในปี 2554 โดยมีรายการปรับบวกประกอบด้วย i)ยอดขายที่สูงขึ้นในปี
2554 และ ii) สัดส่วนค่าใช้จ่ายการขายและการบริหารต่อยอดขายที่ลดลงในปี 2553 – 54 จาก
ขนาดการดำเนินงานที่ใหญ่ขึ้น
ราคาถูก ปัจจัยพื้นฐานดี
แม้เราจะคาดว่า HANA จะรายงานกำไรสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 2.7 พันล้านบาทในปี
2553 และกำไรที่ดีขึ้นในปี 2554 หุ้นยังมีการซื้อขายต่ำกว่าค่า PE Multiplier เฉลี่ย 5 ปีในอดีต
ถึง 25.6% และต่ำกว่าจุดสูงสุดถึง 32.3% เราเชื่อว่าที่จุดนี้ HANA เป็นหุ้นที่มีความคุ้มค่าสูง
จากแนวโน้มและปัจจัยพื้นฐานที่ดีบริษัทฯ ไม่มีหนี้ และให้ผลตอบแทนในรูปเงินปันผลในระดับสูง
โดยเราคาดว่าบริษัทฯ จะจ่ายเงินปันผลต่อหุ้นที่ 1.80 ในปี 2554
เราคงแนะนำ ‘ซื้อ’ โดยมีราคาเป้าหมายใหม่ที่ 34.00 (จาก 32.00) บาทจากค่า PE
Multiplier เป้าหมายที่ 10x และค่า EPS เฉลี่ยในปี 2553 – 54 ที่ 3.40 บาท
เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 24/08/10 เวลา 10:12:22
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น