มีโอกาสขยายตัวได้อีก
นอกจากความน่าสนใจในแง่ที่ GLOW เป็นโรงไฟฟ้าที่มีการเติบโตของกำลังการผลิต
สูงสุดในกลุ่ม และความสามารถในการทำกำไรเพิ่มจากประสิทธิภาพโรงงานใหม่แล้ว GLOW
ยังมีศักยภาพที่จะชนะการประมูลโรงไฟฟ้า SPP รอบใหม่อีกด้วย โดยเราประเมินว่า หาก
GLOW ชนะการประมูลตามโครงการที่เสนอ ก็จะส่งผลให้มูลค่าพื้นฐานปรับเพิ่มได้อีก 4.15
บาท (อิงวิธีเปรียบเทียบมูลค่ากิจการกับจำนวนเมกกะวัตต์) จาก 50 บาทในปัจจุบัน
มีแผนที่ประมูลโรงไฟฟ้า SPP รอบนี้ถึง 230 เมกกะวัตต์
GLOW มีแผนที่จะยื่นประมูลโรงไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) ที่ใช้ในระบบพลังงานความ
ร้อนร่วมมากถึง 230 เมกกะวัตต์ จากแผนการรับซื้อของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
(กฟผ.) รวม 2,000 เมกกะวัตต์ โดยจะมาจากโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมเชื้อเพลิงก๊าซ
ธรรมชาติแห่งใหม่ ขนาด 70 เมกกะวัตต์ และจะขายไฟฟ้าให้กับ กฟผ. ในปี 58 อีก 90 เมกกะ
วัตต์มาจากงานขยายระยะที่ 5 (382 เมกกะวัตต์) ซึ่งจะจ่ายไฟฟ้าในปี 60 และสุดท้ายอีก 70
เมกกะวัตต์มาจากกำลังผลิตเดิมของ GLOW SPP2 ซึ่ง GLOW จะย้ายลูกค้าอุตสาหกรรมไป
ยังโรงไฟฟ้าที่สัญญาซื้อขายไฟฟ้า SPP เดิมจะหมดอายุในปี 60
กำลังผลิตส่วนเพิ่มจะมากกว่าจากความต้องการของลูกค้าอุตสาหกรรม
หาก GLOW ชนะการประมูลรอบนี้ เราคาดว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าให้กับ
GLOW ได้มากกว่า 230 เมกกะวัตต์ อันเป็นผลจากความต้องการของลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรม
ทั้งนี้ หาก GLOW ชนะการประมูลทั้งหมดตามกำลังการผลิตที่เสนอไป เราคาดว่า กำลังการผลิต
รวมจะเพิ่มขึ้นเป็น 310 – 320 เมกกะวัตต์
จุดเด่นเรื่องที่ตั้ง...ทำให้มีโอกาสชนะประมูลสูง
รอบนี้ GLOW มีศักยภาพที่จะชนะการประมูลอย่างน้อย 2 รายการ การตั้งในพื้นที่
นิคมอุตสาหกรรม ทำให้มีความสมดุลย์ระหว่างความต้องการใช้ไฟฟ้า และไอน้ำ อีกทั้งความต้อง
การยังสูงและสม่ำเสมอ จะเป็นปัจจัยสำคัญให้ กฟผ. พิจารณาอนุมัติข้อเสนอ ไม่เพียงแค่นั้น
เนื่องด้วยเป็นการขยายงานในพื้นที่เดิม ซึ่งมีการลงทุนสาธารณูปโภคไว้เรียบร้อยแล้ว ทำให้
GLOW มีผลตอบแทนจากการลงทุนมากกว่าโครงการเดิมอีกด้วย
เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 27/08/10 เวลา 11:09:08
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น