วันพุธที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2553

บล.กรุงศรีอยุธยา : QH แนะนำ 'ซื้อ' มูลค่าพื้นฐานปี 54 เท่ากับ 3.30 บาท

เพิ่มโครงการใหม่เชิงรุกใน 2H53
แผนการเปิดโครงการใหม่ในช่วง 2H53 จะเป็นไปในเชิงรุกในโครงการแนวราบ
และคอนโดมิเนียม คาดว่าความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในกลุ่มโครงการแนวราบจะเร่งตัวมาก
ขึ้นในช่วงเริ่มต้นของอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น (ไตรมาส 3-4/53) จะเข้ามาสร้างยอด Pre-Sale
ที่แข็งแกร่งให้แก่ QH ในช่วง 2H53 และช่วยผลักดันอัตราเติบโตของผลประกอบการในปี
53 และปี 54 คงคำแนะนำ ซื้อ ประเมินมูลค่าพื้นฐานปี 54 เท่ากับ 3.30 บาท

การเปิดโครงการเชิงรุกมากขึ้นเสริมยอด Pre-Sale ใน 2H53
ยอด Pre-Sale โครงการแนวราบใน 2Q53 เท่ากับ 2.2 พันล้านบาทลดลง 15.4%
จาก 1Q53 เป็นผลลบจากความรุนแรงทางการเมืองในช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. 53 ซึ่งกระทบต่อผู้
ประกอบการ ทั้งอุตสาหกรรม แนวโน้มการขายโครงการแนวราบนับตั้งแต่ต้นเดือน ก.ค. 53 จน
ถึงปัจจุบันยังไม่กระเตื้องขึ้นและอยู่ที่ 1 พันล้านบาท เราคาดว่าเกิดจากแนวทางอนุรักษ์นิยม
สำหรับการเปิดโครงการใหม่ในช่วง 1H53 ซึ่ง QH เปิดโครงการทาวน์เฮ้าส์ใหม่ขนาดเล็กเพียง
2 แห่ง คือ คาซ่าซิตี้ พระราม 2 (มูลค่า 216 ล้านบาท) และ คาซ่า ซิตี้ สุขุมวิท 101/1 (มูลค่า
230 ล้านบาท) เป็นปัจจัยที่ทำให้ยอด Pre-Sale นับตั้งแต่ต้น 3Q53 ไม่กระเตื้องขึ้นเท่าที่ควร
อย่างไรก็ตามแนวโน้มการเปิดโครงการใหม่เชิงรุกมากขึ้นในช่วง 2H53 โดย QH เตรียมเปิด
โครงการใหม่มูลค่ารวมประมาณ 21 พันล้านบาทซึ่งเติบโตในอัตราที่สูงประมาณ 5 เท่าตัวเทียบ
กับ 1H53 โดยใช้แบรนด์ The Trust ซึ่งเป็นทั้งโครงการแนวราบและคอนโดมิเนียมเจาะตลาด
กลุ่มลูกค้าระดับล่างและการเปิดขายโครงการคอนโดมิเนียมแบรนด์ดั้งเดิมทั้ง Q-House และ
Casa เข้ามาเสริมยอด Pre-Sale ในช่วง 2H53 และเราคาดการณ์ว่ายอด Pre-Sale ทั้งปี 53
จะมีแนวโน้มเติบโต 8%YoY หรือ 11 พันล้านบาท โดยที่ภาพรวมอุปสงค์ใน 2H53 ของ
โครงการแนวราบจะได้รับผลบวกจากจุดเริ่มต้นของแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นที่ช่วยเร่งการ
ตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย

เก็บเกี่ยวผลประกอบการจากธุรกิจคอนโดมิเนียม
อัตราเติบโตของกำไรสุทธิในปี 53 ที่ 22.7%YoY และในปี 54 ที่ 10.9%YoY ยังมี
ความเป็นไปได้สูงจากแนวทางการดำเนินธุรกิจปัจจุบันด้วยการเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการ
คอนโดมิเนียมนับตั้งแต่ 1Q53 และวางเป้าหมายในระยะยาวโดยสัดส่วนรายได้จากโครงการ
คอนโดมิเนียมจะอยู่ที่ 25-30% ของรายได้จากการขายโครงการ แม้ว่าโครงการคอนโดมิเนียม
Q หลังสวนซึ่งเป็นโครงการหลักสำหรับการรับรู้รายได้ในช่วง 4Q53 ปัจจุบันมียอด Pre-Sale
เพียง 15% ของมูลค่าโครงการ เราใช้สมมติฐานการรับรู้รายได้จากโครงการนี้ภายในปี 53 เท่า
กับ 25% ของมูลค่าโครงการจึงยังมีความเป็นไปได้สูงภายในช่วงเวลา 4 เดือนที่เหลือของปีนี้
เราคาดว่าการตัดสินใจซื้อของลูกค้าจะเร่งตัวขึ้นภายหลังที่โครงการนี้พัฒนาเสร็จพร้อมโอน
กรรมสิทธิ์ในเดือนพ.ย. 53 ในขณะที่การรับรู้รายได้ในปี 54 จะมีโครงการคอนโดมิเนียมที่เปิด
ขายในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเป็นโครงการหลักที่รับรู้รายได้ ไม่ว่าจะเป็น ส่วนที่เหลือจากปี 53
ของโครงการ Q หลังสวน, คาซ่า คอนโด ท่าพระ, คาซ่า คอนโด สุขุมวิท 97 และ The Trust
Residence นวลจันทร์

คงคำแนะนำ ซื้อ
คงคำแนะนำ ซื้อ ประเมินมูลค่าพื้นฐานปี 54 ของหุ้น QH เท่ากับ 3.30 บาท ตาม
วิธี Sum-ofthe-parts โดยแบ่งเป็น
1) มูลค่าธุรกิจขายโครงการที่อยู่อาศัย เท่ากับ 1.80 บาทต่อหนึ่งหุ้น QH โดยอิง
P/E ในธุรกิจขายโครงการที่อยู่อาศัยที่ 10 เท่า
2) มูลค่าของสินทรัพย์ประเภท Recurring Income ทั้งเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์และ
อาคารสำนักงาน บวกกับมูลค่าของการลงทุนในบริษัทร่วม (HMPRO, LH-Bank, และ
QHPF) และมูลค่าสินทรัพย์อื่นๆ หักลบหนี้สินเงินกู้ที่มีภาระดอกเบี้ย เท่ากับ 1.50 บาทต่อหนึ่ง
หุ้น QH



เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 25/08/10 เวลา 9:15:12

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น