ลงนาม MOU ซื้อสินทรัพย์โรงงานถลุงเหล็ก Teesside ในประเทศอังกฤษ
SSI ได้เข้าลงนามบันทึกความเข้าใจกับ Corus UK Limited เพื่อเข้าซื้อสินทรัพย์ใน
โรงงานถลุงเหล็ก Teesside Cast Products (TCP) ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศอังกฤษ รวมกับระบบ
สาธารณูปโภคพื้นฐาน ได้แก่ ท่าเรือ และ โรงไฟฟ้า ของโรงงานดังกล่าว โดย TCP เป็นโรงถลุง
เหล็กที่มีเตาถลุงใหญ่เป็นอันดับสองในทวีปยุโรป และสามารถผลิต Slab ได้ปีละ 3.5 ล้านตัน แต่
ได้หยุดการผลิตไปตั้งแต่ 21 ก.พ. 53 หลังสัญญาการขายสินค้าให้กับลูกค้าหลัก 4 ราย ถูกยกเลิก
ไปเนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจ โดยมูลค่าเงินลงทุนเบื้องต้น จะประกอบไปด้วยเงินลงทุนในที่ดิน
และสินทรัพย์การผลิตเหล็กต้นน้ำประมาณ 500 ล้านเหรียญฯ และเงินทุนหมุนเวียนอีกไม่เกิน
100 ล้านเหรียญฯ ในการทำให้โรงงานกลับมาผลิตได้อีกครั้ง โดยปัจจุบัน SSI อยู่ในระหว่างการ
ศึกษารายละเอียดของสินทรัพย์ และจัดหาแหล่งเงินทุนสำหรับการซื้อสินทรัพย์ดังกล่าว
ส่งผลดีในระยะยาว แต่มีความเป็นไปได้สูงที่จะต้องเพิ่มทุน
การเข้าซื้อสินทรัพย์ในโรงถลุงเหล็กและผลิต Slab จะทำให้ SSI กลายเป็นบริษัท
เหล็กที่ครบวงจร และสามารถรักษา margin จากการขายได้มีเสถียรภาพมากขึ้น เนื่องจากวัตถุ
ดิบต้นทางที่ใช้จะเปลี่ยนจาก Slab ที่เดิมต้องนำเข้าทั้ง 100% มาเป็น สินแร่เหล็ก และ ถ่าน
โค๊ก ซึ่งเป็นตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ขนาดใหญ่ที่สามารถทำสัญญาซื้อขายในระยะยาวได้ นอกจากนี้
ยังทำให้ SSI สามารถลดระยะเวลาการเก็บสต๊อกสินค้าลงได้ จากการที่เข้าไปวางแผนการผลิต
Slab ได้เอง และมีศักยภาพในการพัฒนาสินค้าคุณภาพสูง อย่างไรก็ตาม มูลค่าเงินลงทุนที่สูง
เกือบ 600 ล้านเหรียญฯ ขณะที่ SSI มีทุนจดทะเบียนเพียง 1.31 หมื่นล้านบาท และมี Net
Gearing ปัจจุบันอยู่ที่ 0.98 เท่า จึงมีความเป็นไปได้สูงที่ SSI จะต้องเพิ่มทุน ซึ่งจะส่งผลให้
เกิด Dilution effect ต่อกำไรในปี 2554 รวมถึงยังอาจต้องแบกรับผลขาดทุนที่เกิดจากการเข้า
ซื้อโรงงาน TCP ในช่วงที่ยังไม่ผลิตสินค้าถึงจุดคุ้มทุน ( จุดคุ้มทุนอยู่ที่ 3.2 ล้านตัน/ปี ) เนื่องจาก
จะมีภาระค่าใช้จ่ายพนักงานของ TCP จำนวนกว่า 1,000 คน รวมกับดอกเบี้ยจ่ายจากการกู้ยืม
เงินมาเพื่อซื้อสินทรัพย์, ค่าเสื่อมราคา และรายการตัดจำหน่ายอื่นๆที่อาจจะเกิดขึ้น
ราคาหุ้นสูงเกิน Fair Value ปรับลดคำแนะนำจาก ถือ เป็น ขาย
ราคาหุ้น SSI ที่ปรับตัวขึ้นมากว่า 25% ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา น่าจะเป็นการคาด
หวังข่าวดีจากการเข้าซื้อโรงงานผลิต Slab ซึ่งจะทำให้ SSI กลายเป็นบริษัทเหล็กครบวงจร แต่
ความเสี่ยงจากการเพิ่มทุน ประกอบกับผลกำไรในปี 2554 ที่อาจปรับตัวลง จากต้องแบกรับค่าใช้
จ่ายจาก TCP เข้ามา โดยที่ราคาหุ้นปัจจุบันอยู่สูงกว่า Fair Value ที่ฝ่ายวิจัยกำหนดที่ PER 8
เท่า ซึงจะให้ราคาเหมาะสมอยู่ที่ 1.84 บาท จึงปรับลดคำแนะนำจาก ถือ เป็น ขาย โดยฝ่ายวิจัย
ประเมินความเป็นไปได้เกี่ยวกับจำนวนและราคาหุ้นเพิ่มทุนของ SSI โดยใช้สมมุติฐานเกี่ยวกับ
อัตราส่วนหนี้สิน : ทุน ต่างๆ สำหรับการเข้าซื้อ TCP จากนั้นก็ประเมินราคาหุ้นเพิ่มทุน ที่อัตรา
ส่วนหุ้นเดิม ต่อหุ้นใหม่ ที่ระดับต่างๆ โดยมีรายละเอียดตามตารางแนบด้านหลัง
เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 31/08/10 เวลา 10:17:47
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น