บล.ธนชาต : MAJOR แนะนำซื้อ TP Bt17.00
เนื่องจากปัจจุบันรายได้จากโฆษณา และโรงภาพยนตร์ ซึ่งเป็น
ปัจจัยผลักดันกำไรเริ่มฟื้นตัวขึ้น ประมาณการกำไรสำหรับปี 2010-11F
ล่าสุดของเราจึงอยู่ในระดับที่สูงกว่าของตลาด 25% เราเชื่อว่าแนวโน้มกำไรที่
แข็งแกร่ง และการปรับเพิ่มประมาณการกำไรของตลาดอีกครั้ง จะเป็นตัว
ขับเคลื่อนราคาหุ้น คงคำแนะนำ “ซื้อ”
ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 17 บาท/หุ้น แนะนำ “ซื้อ”
เราปรับเพิ่มราคาเป้าหมายสำหรับ MAJOR เป็น 17 บาท/หุ้น จาก
14 บาท หลังจาก 1) เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรโดยเฉลี่ยขึ้นราว 15%
เริ่มตั้งแต่ปี 2010 เพื่อสะท้อนรายได้โฆษณาที่ฟื้นตัวแข็งแกร่งกว่าคาด และ
อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจโรงภาพยนตร์ที่ดีกว่าคาด และ 2) การเพิ่มขึ้น
มูลค่าของบริษัทในเครือ เพื่อสะท้อนราคาตลาดในปัจจุบัน ซึ่งจากการปรับ
เพิ่มประมาณการกำไรของเรา ทำให้ประมาณการกำไรปีนี้ของเราอยู่ใน
ระดับที่สูงกว่าของ consensus 29% เราคาดว่าแนวโน้มกำไรที่แข็งแกร่ง
และการปรับเพิ่มประมาณการกำไรของตลาด น่าจะเป็นสองปัจจัยที่ช่วย
ผลักดันราคาหุ้นได้ คงคำแนะนำ “ซื้อ” MAJOR
รายได้โฆษณาเริ่มฟื้นตัว แต่ยังคงต่ำกว่าระดับปกติอยู่มาก
เราเชื่อว่าการเติบโตของรายได้โฆษณา ซึ่งเป็นปัจจัยหลักผลักดันกำไร
ของ MAJOR ในช่วงหลายปีข้างหน้า เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น แม้ว่าสภาวะแวดล้อม
ทางเศรษฐกิจในช่วง 2Q10 จะย่ำแย่อย่างมาก เนื่องจากเกิดความวุ่นวาย
ทางการเมือง แต่บริษัทฯ ยังสามารถบริหารจัดการให้มีรายได้ค่าโฆษณาที่
เติบโตถึง 73%y-y มาอยู่ที่ 175 ลบ. ในช่วง 2Q10 ซึ่งดีกว่าที่เราคาดได้
แต่อย่างไรก็ตามระดับรายได้โฆษณานี้ ยังคงเป็นระดับที่ต่ำกว่าระดับปกติ
ที่เห็นในปี 2007 และ 2008 ที่ 210 ลบ. ต่อไตรมาส เนื่องจากเราเห็นว่า
เศรษฐกิจดีขึ้น และมีภาพยนตร์เข้าฉายแข็งแกร่งในช่วง 2H10 และปี 2011
เราจึงคาดว่ารายได้โฆษณาจะมีจำนวน 670 ลบ. ในปี 2010 และเพิ่มขึ้น
เป็น 782 ลบ. ในปี 2011
ค่าตั๋วชมภาพยนตร์เฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น ช่วยผลักดันอัตรากำไรขั้นต้น
เราเชื่อว่าความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจโรงภาพยนตร์จะเริ่มเข้าสู่
ฐานใหม่ และน่าจะอยู่ในระดับที่ดีเหนือคาด ซึ่งจะเห็นได้จากในช่วง 2Q10
ที่บริษัทฯ รายงานรายได้จากโรงภาพยนตร์จำนวน 650 ลบ. ซึ่งใกล้เคียง
กับช่วง 3Q08 แต่มีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในระดับที่สูงกว่าในช่วง 3Q08
อย่างมาก (15% vs 10%) เราเชื่อว่ามีสาเหตุหลักมาจากกลยุทธ์ด้านราคา
ของบริษัทฯ ซึ่งค่าตั๋วชมภาพยนตร์เฉลี่ยสูงขึ้นจาก 122 บาท/ที่นั่ง เป็น
131 บาท/ที่นั่ง และจากการที่มีภาพยนตร์เข้าฉายในระบบ 3D ที่แข็งแกร่ง
ค่าตั๋วชมภาพยนตร์เฉลี่ย และอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯ จึงสูงขึ้น
มีโอกาสที่จะปรับขึ้นไปได้อีก
ถึงแม้ว่าราคาหุ้นจะเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงเดือนที่ผ่านมา แต่เรา
ยังเห็นโอกาสที่ราคาหุ้น MAJOR จะปรับตัวขึ้นไปได้อีก ขณะที่เราคาดว่าบริษัทฯ
น่าจะมีกำไรปกติแตะระดับสูงสุดที่ 711 ลบ. ในปี 2011 หรือสูงกว่าระดับ
สูงสุดในปี 2007 ราว 13% แต่ MAJOR ยังคงซื้อขายที่ระดับ PE และ
EV/EBITDA ที่ต่ำกว่าในปี 2007 ราว 25% MAJOR ให้ dividend yield
ที่สูงอย่างมากที่ 5%
เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 25/08/10 เวลา 9:00:11
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น