2Q10 รายได้โตร้อยละ 46
HANA บันทึกรายได้สำหรับ 2Q10 ที่ 136 ล้านเหรียญสหรัฐเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
เมื่อเปรียบเทียบระหว่างปีที่ร้อยละ 46 ซึ่งเป็นไปตามแนวโน้มของอุปสงค์ตลาดโลกที่เริ่มฟื้น
ตัวอย่างชัดเจนตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังปีที่แล้ว โดยยอดสั่งผลิตที่เพิ่มขึ้นของ HANA นั้นส่วนใหญ่ได้
รับผลพลวงมาจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ โทรศัพท์เคลื่อนที่แบบ Smart
Phone รวมไปถึงธุรกิจกลุ่มการแพทย์ โดยยอดสั่งผลิตยังคงมีแนวโน้มที่ดีต่อไปจนถึงช่วงครึ่งปี
หลังตามสมมติฐานของ SSEC และผู้บริหาร HANA คาดว่า FY10 น่าจะเป็นช่วง Bottom
Out หลังผ่านช่วงวิกฤติในปี FY09
Loading factor เพิ่มขึ้นสูงทั้ง 2 โรงงาน
ยอดสั่งผลิต IC แสดงตัวเลข Loading เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 6 นับจาก
2Q09 โดยตัวเลข loading เฉพาะโรงงานที่จีนอยู่ที่ 450 ล้านยูนิตต่อเดือนเพิ่มขึ้นจาก 350
ล้านยูนิตต่อเดือน และส่วนโรงงานอยุธยายอด Loading อยู่ที่ 350 ล้านยูนิตต่อเดือนเพิ่มขึ้นจาก
ที่เพียง 250 ล้านยูนิตต่อเดือนในปีที่แล้วการรับรู้ในยอดสั่งผลิตที่เพิ่มขึ้นทั้งส่วนสินค้ากลุ่ม
Microelectronic และ Semiconductor นั้น ส่วนใหญ่จะมาจากลูกค้ากลุ่มผู้ผลิตใน
อุตสาหกรรมยานยนต์ โทรศัพท์ และกลุ่มการแพทย์ โดยเฉพาะกลุ่มการแพทย์ HANA ได้รับผล
พลวงที่ดีจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นสูงของเครื่องช่วยการฟัง (Hearing Aid) และในอนาคตสินค้าที่
ผลิตจาก HANA มีโอกาสที่จะเข้าไปเป็นส่วนประกอบในการผลิตเครื่องทดสอบการตั้งครรภ์
(Pregnancy Test) ซึ่งคาดว่าอุปสงค์จะมีสูงเช่นกัน
ธุรกิจที่ OHIO
เทคโนโลยี LCOS ที่นำมาผลิตจอมอนิเตอร์โดยเฉพาะในโทรศัพท์ Smart Phone
เริ่มแสดงตัวเลขที่ดีขึ้นอย่างมาก โดยใน 2Q10 ธุรกิจที่ OHIO มีรับรู้รายได้ที่สูงถึง 45 ลบ.
เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเปรียบเทียบกับปีก่อนที่ 19 ลบ. SSEC ประเมินรายได้ส่วนธุรกิจที่
OHIO ยังสามารถขยายตัวได้ต่อตามแนวโน้มขาขึ้นของอุปสงค์โทรศัพท์มือถือ Smart Phone
รวมไปถึงปัจจัยทางด้านการใช้จ่ายด้านโทรคมนาคมของโลก (Telecom Spending) ที่คาดว่า
จะเพิ่มขึ้นสูงในปี FY10E
ปรับประมาณการ EBITDA ให้ Fair Value 33 บาท
SSEC ประเมินในช่วงครึ่งหลังของปียังมีโอกาสโตต่อเนื่อง โดยเป็นผลของช่วง High
Season ของอิเล็กทรอนิกส์ใน 3Q10 รวมไปถึงมุมมองภาพใหญ่ของตลาดโลก เนื่องจาก
อุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นมากในอุตสาหกรรมที่รองรับการขยายตัวของธุรกิจ Microelectronics และ
Semiconductors อาทิ กลุ่มโทรคมนาคม กลุ่มยานยนต์ ดังนั้น SSEC ค่อนข้างมองเป็นบวก
เกี่ยวกับยอดสั่งผลิตโดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าประเภท ICA จะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไป เรา
ประเมินอัตราการขยายตัวของ EBITDA สำหรับ FY10E และ FY11E ที่ร้อยละ 38 และ 10
ตามลำดับ และประเมินการขยายตัวของกำไรสุทธิสำหรับปี FY10E FY11E ที่ร้อยละ 25 และ
6.5 ตามลำดับ อัตรากำไรที่ลดลงในปีหน้าเบื้องต้นมองเป็นผลมาจากการรับรู้ในค่าเสื่อมราคาที่
เพิ่มขึ้นหลังโรงงานใหม่ที่ลำพูนและอยุธยาซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างและจะเปิดดำเนินการ
ในช่วง 4Q10 นี้ SSEC ประเมินกระแสเงินสดจากการลงทุน CAPEX ในปี FY10E ที่ 40
ล้านเหรียญ อย่างไรก็ดี HANA ยังคงมีกระแสเงินสดที่ดี และยอดหนี้สินจากการลงทุนต่อส่วนผู้
ถือหุ้น (Gearing) ยังเป็น Net Cash ซึ่งหมายถึงความสามารถจ่ายปันผลได้ในระดับสูง
SSEC ประเมินผลตอบแทนที่ร้อยละ 5.7 และ 6 ในปี FY10E FY11E และให้ราคาเหมาะสม
ของ HANA ที่ 33 ต่อหุ้น โดยใช้ Prospective PER10x สำหรับปี FY11E ให้คำแนะนำ
เป็น “ซื้อ” สำหรับหุ้น HANA
เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 24/08/10 เวลา 9:25:32
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น