วันอังคารที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2553

บล.เคจีไอ : AH แนะนำ ‘ซื้อ’ ราคาเป้าหมายที่ 18.30 บาท

AH รายงานผลประกอบการดีขึ้นเล็กน้อยใน 2Q10
ก่อนหน้านี้ อัตรากำไรขั้นต้นที่อยู่ในระดับต่ำและสัดส่วนค่าใช้จ่ายการขายและการ
บริหารต่อยอดขายที่อยู่ในระดับสูงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ AHรายงานกำไรตกต่ำ ปัจจุบัน AH
รายงานผลการดำเนินงานดีขึ้น จากยอดขายที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นใน 2Q10 เพิ่ม
สูงขึ้นสู่ระดับค่าเฉลี่ยที่ประมาณ 8.3% ทั้งนี้เราคาดว่ากำไรสุทธิของ AH ในปี 2553 และ
2554 จะเพิ่มขึ้นเป็น 344 และ 414 ล้านตามลำดับ เราปรับเพิ่มคำแนะนำจาก ‘ถือ’เป็น ‘ซื้อ’
และปรับราคาเป้าหมายไปในปี 2554 ทำให้เราได้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 18.30 บาท

ผลการดำเนินงานดีขึ้น
อัตรากำไรขั้นต้นที่อยู่ในระดับต่ำ ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายการขายและการบริหาร
ต่อยอดขายที่อยู่ในระดับสูงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ AH รายงานผลประกอบการตกต่ำในช่วง
หลายปีที่ผ่านมา ปัจจุบันอุตสาหกรรมยานยนต์ได้รายงานอัตราการเติบโตของยอดการผลิตยาน
ยนต์ในระดับสูง ทำให้ยอดขายของ AH ใน 1H10 เพิ่มขึ้น 78% YoY เป็น 5,253 ล้านบาท
จากยอดขายที่เพิ่มขึ้นและขนาดการดำเนินงานที่ใหญ่ขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของ AH เพิ่ม
จาก 6.4% ใน 1Q10 เป็น 8.4% ใน 2Q10 และทำให้อัตรากำไรขั้นต้นกลับสู่ระดับค่าเฉลี่ยที่
8.3% อย่างไรก็ดีอัตรากำไรขั้นต้นในปัจจุบันยังต่ำกว่าค่าสูงสุดของ AH ในช่วงปี 2547 – 48
ซึ่งบริษัทฯ รายงานอัตรากำไรขั้นต้นที่ประมาณ 10.6 – 12.8% นอกจากนี้สัดส่วนค่าใช้จ่ายการ
ขายและการบริหารต่อยอดขายยังดีขึ้นในระหว่างไตรมาสอีกด้วย โดยสัดส่วนค่าใช้จ่ายการขายฯ
ต่อยอดขายของ AH ใน 2Q10 ลดลงจาก 6.6% ใน 1Q10 เป็น 4.5% ใน 2Q10

อุตสาหกรรมยานยนต์ยังเติบโต
จากข้อมูลของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) ตัวเลขการผลิตยานยนต์ของ
ไทยในปี 2553 ควรเพิ่มขึ้น 56% YoY เป็น 1.56 ล้านคันจากการเติบโตในระดับสูงของตลาด
ส่งออกและความคึกคักของตลาดในประเทศ ทั้งนี้ ยอดการผลิตยานยนต์ใน 1H10 อยู่ที่
768,994 คัน ซึ่งคิดเป็น 49.4% ของเป้าหมายตลอดปีของปี 2553 โดยปกติ การผลิตยานยนต์
ใน 2H จะสูงกว่าใน 1H ดังนั้นเป้ายอดการผลิตยานยนต์ที่ 1.56 ล้านคันจึงมีความเป็นไปได้
นอกจากนี้ เรายังคาดว่าการผลิตยานยนต์ในปีหน้าจะยังดีตามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและรถยนต์
รุ่นใหม่ ๆ เราคาดว่ายอดขายของ AH จะทรงตัวอยู่ในระดับสูงใน 2H10 และปี 2554 ดังนั้นเรา
จึงคาดว่า AH จะยังรายงานอัตรากำไรขั้นต้นที่ระดับ 7 – 7.5%

โรงงานใหม่
โรงงานใหม่ของ AH ที่จังหวัดระยอง (AH Rayong) จะเริ่มดำเนินงานผลิตใน 3Q10
โดย AH Rayong จะเริ่มผลิตชิ้นส่วนยานยนต์สำหรับ Ford B-car (Fiesta) นอกจากนี้ โรงงาน
ใหม่เพื่อผลิต Chassis Frames (ASP) จะเริ่มดำเนินงานได้ใน 2H11 ASP เป็นโรงงานผลิต
Chassis Frames ใหม่สำหรับรถกระบะรุ่นใหม่ของ ISUZU

ปรับเพิ่มประมาณการกำไร
ดังที่เราได้กล่าวไว้ในตอนต้น เราคาดว่า AH จะรายงานยอดขาย 2H10 เพิ่มขึ้นจาก
1H10 ตามยอดการผลิตยานยนต์ของประเทศ อย่างไรก็ดี เรายังกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพของ
อัตรากำไรขั้นต้นของ AH ดังนั้นเราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรของเราในระดับต่ำ โดยปรับ
เพิ่มประมาณการยอดขายในปี 2553 และ 2554 อีก 32.7% และ 38% เป็น 9.9 และ 11 พัน
ล้านบาทตามลำดับ นอกจากนี้ เราปรับเพิ่มสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นในปี 2553 และ 2554
จาก 6.5% และ 6.5% เป็น 7.25% และ 7% ตามลำดับ ในภาพรวม เราปรับเพิ่มประมาณการ
กำไรสุทธิของ AH ในปี 2553 และ 2554 อีก 91% และ 24.4% เป็น 344 และ 414 ล้านตาม
ลำดับ

ปรับคำแนะนำจาก “ถือ” เป็น “ซื้อ”
เราปรับเป้าไปในปี 2554 ทำให้เราได้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 18.30 บาทจากค่า
11PE ที่ 10x ซึ่งต่ำกว่าค่า 11PE ของ SAT และ STANLY ที่ 11x แม้ว่า AH จะกำลังฟื้นตัว
แต่ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ยังอ่อนแอกว่า SAT และ STANLY ดังนั้นเราจึงให้ค่า PE เป้า
หมายที่ต่ำกว่าแก่ AH อย่างไรก็ดี ที่ราคาเป้าหมาย AH ยังมี Upside อีกประมาณ 25% ดังนั้น
เราจึงปรับเพิ่มคำแนะนำจาก ‘ถือ’ เป็น ‘ซื้อ’



เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 24/08/10 เวลา 10:05:46

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น