ผู้บริหาร SSI มีมุมมองด้านบวกในการเข้าซื้อสินทรัพย์โรงถลุงเหล็ก TCP เราคงคำแนะนำ ถือ
จากข้อมูลยังไม่ชัดเจน
ผู้บริหาร SSI มีมุมมองด้านบวก 7 ประเด็นในการเข้าซื้อสินทรัพย์โรงถลุงเหล็ก
TCP โดยเฉพาะประเด็น ขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมเหล็กต้นน้ำ เพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้ผลิตเหล็ก
ครบวงจร ลดต้นทุนการผลิต แต่เนื่องจากข้อมูล ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องต้นทุนการผลิตของ
TCP รวมถึงสัดส่วนระหว่างหนี้ต่อทุน ดังนั้น เราคงคำแนะนำ ถือ และ คงราคาเป้าหมาย 2 บาท
ผู้บริหาร SSI มีมุมมองด้านบวก 7 ประเด็นในการเข้าซื้อ TCP
บมจ. สหวิริยาสตีลอินดัสตรี (SSI) ได้จัดประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวาน (31 ส.ค.)
ผู้บริหารมีมุมมองด้านบวกในการเข้าซื้อสินทรัพย์โรงถุลงเหล็ก Teesside Cast Products
(TCP) ของ Corus UK ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Tata Steel Group ด้วยเหตุผล 6 ประการ 1.)
สามารถซื้อด้วยราคาถูกเพียง 500 ล้านเหรียญ เทียบกับกำลังการผลิต 3.5 ล้านตัน โดยโรงถลุง
ใหม่ในบราซิลต้องใช้เงินลงทุนถึง 6.6 พันล้านเหรียญ จากกำลังการผลิต 5 ล้านตัน 2.) เพิ่ม
โอกาสทางการตลาด และ เป็นผู้นำการผลิตเหล็กในภูมิภาคอาเซียน 3.) ขยายการผลิตไปสู่เหล็ก
ต้นน้ำ ทำให้มีการผลิตแบบครบวงจร 4.) TCP จะเป็นแหล่งวัตถุดิบให้ SSI 5.) เพิ่มความได้
เปรียบในด้านต้นทุนการผลิต ผลจากการรวมกิจการในแนวดิ่ง 6.) กระจายความหลากหลาย ทั้ง
ตลาดและผลิตภัณฑ์ ช่วยต้านภาวะผันผวนของอุตสาหกรรมเหล็ก และ 7.) ลดระยะเวลาในการสั่ง
ซื้อรวมถึงการเก็บสินค้าคงเหลือลง จาก 200 วัน เหลือ 120 วัน
เวบไซต์ Corus Group ระบุถึงสาเหตุที่ TCP ต้องหยุดผลิตเมื่อ 19 ก.พ. 2553
จากข้อมูลใน www.corusgroup.com ได้กล่าวถึง “Myths and Facts” ของการ
หยุดผลิต TCP คือ 1.) TCP ผลิตได้เฉพาะสินค้ากึ่งวัตถุดิบ คือ Slab (Slab เป็นวัตถุดิบดิบใน
การผลิตเหล็กรีดร้อน) โดยกลุ่มผู้ชื่อ Slab ผิดสัญญาระยะยาว เนื่องจากสามารถซื้อ Slab ใน
ตลาดได้ถูกกว่าซื้อจาก TCP ซึ่งมีลักษณะเป็นการบวกต้นทุนหรือ Cost Plus 2.) ผลการดำเนิน
งานของ TCP ประสบปัญหาขาดทุนหนัก โดยระหว่าง เม.ย. – ธ.ค. 2552 ขาดทุนเท่ากับ 150
ล้านปอนด์ 3.) TCP เป็นโรงถลุงแบบ Single Blast Furnace ไม่สามารถผลิตให้มี
ประสิทธิภาพ ภายใต้การผลิตต่ำได้ ซึ่งจะต้องผลิตเกือบเต็มกำลังการผลิตที่ 3.5 ล้านตัน จึงจะมี
ประสิทธิภาพ 4.) TCP มีความสามารถทำกำไรต่ำ (Low-Margin conversion business)
เนื่องจากต้องนำเข้าวัตถุดิบระยะทางไกล เช่นจากออสเตรเลีย และ ส่งออก Slab ไปประเทศ
แถบอาเซียน ทำให้มีต้นทุนค่าขนส่งสูง และ 5.) กลุ่ม Corus UK มีกำลังการผลิต 14 ล้านตัน ใน
ขณะที่ความต้องการภาวะปกติจะมีประมาณ 10 ล้านตัน จึงทำให้ TCP เป็นส่วนเกิน
ข้อมูลยังไม่ชัดเจน คงคำแนะนำ ถือ และ ราคาเป้าหมาย 2 บาท
ข้อมูลดัง กล่าวข้างต้นยังมีความไม่ชัดเจน 1.) เรื่องต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิต
ของ TCP 2.) สัดส่วนระหว่าง ทุน และ หนี้ที่จะต้องเพิ่มขึ้น 3.) จากประสบการณ์ของ Tata
Steel Group อินเดีย เข้าซื้อ Corus ซึ่งได้ฉุดผลประกอบการของกลุ่ม Tata ให้ประสบภาวะ
ขาดทุนเท่ากับ 447 ล้านเหรียญ ในปีก่อน และ บวกกับ 4.) ถ้าหาก GSTEEL และ GJS
ประสบความสำเร็จในการหาพันธมิตรร่วมทุน และ กลับมาผลิตได้ จะทำให้กำลังการผลิตเหล็กรีด
ร้อนในระบบเพิ่มขึ้นมาทันทีประมาณ 2.4 ล้านตัน ส่งผลให้ SSI ไม่สามารถผลิตได้ในระดับ 3.5
ล้านตัน ซึ่งจะส่งผลกระทบในด้านลบต่อการถลุงเหล็กของ TCP ดังนั้น จากความไม่ชัดเจนรวม
ดังกล่าว เราคงคำแนะนำ ถือ และ คงประเมินราคาเป้าหมายเท่ากับ 2 บาท
เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 31/08/10 เวลา 8:58:37
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น