วันพุธที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.กิมเอ็ง : BANPU แนะนำซื้อ โดยมีราคาเป้าหมาย 740 บาท

คาดรู้ผลการซื้อ Centennial coal ภายในเดือนนี้
หลังการประชุมนักวิเคราะห์ เรายังคงมีมุมมองที่เป็นบวกกับบริษัทและยังแนะนำ ซื้อ
โดยมีราคาเป้าหมาย 740 บาท (ยังไม่รวมมูลค่าเพิ่มจากการเข้าซื้อ Centennial coal อีก
ประมาณ 80 บาท) โดยเราเห็นว่าราคาถ่านหินที่ฟื้นตัวขึ้นมา 2.1% จากสัปดาห์ก่อนมาปิดที่
90.60 เหรียญ/ตัน หลังจากที่ปรับลดลงมา 9 สัปดาห์ติดต่อกันเป็นสัญญาณบอกถึงการฟื้นตัวของ
ราคาถ่านหินในช่วงที่เหลือ ของปี นอกจากนั้นเราคาดว่าผลกำไรของบริษัทจะเติบโตสูงที่สุดใน
กลุ่มพลังงานในปี หน้าจากการเติบโตของปริมาณการ จำหน่ายถ่านหิน, ราคาจำหน่ายถ่านหินและ
การรวมผลกำไรของ Centenial coal ประมาณ 2 พันล้านบาท (หากเข้าซื้อสำเร็จ 100%)

ใกล้สรุปผลการซื้อเหมือง Centennial coal
การทำคำเสนอซื้อ (tender offer) เหมือง Centennial coal (เหมืองใหญ่อันดับ 7
ของออสเตรเลียด้วยกำลังการผลิต 14-17 ล้านตัน/ปี) มีการขยายช่วงเวลาจากเดิมที่สิ้นสุดปลาย
เดือนสิงหาคมเป็นวันที่ 13 กันยายนนี้ (ยังสามารถขยายต่อไปได้อีก) เนื่องจากมีผู้ถือหุ้นหลาย
รายที่ยังรอการอนุมัติการเข้าถือหุ้นจาก Foreign Investment Review Board (FIRB) อยู่
ซึ่งคาดว่าหลังจากที่รัฐบาลออสเตรเลียสามารถจัดตั้งได้ (หลังเลือกตั้งไปในวันที่ 21/8/53) ก็จะ
สามารถอนุมัติการถือหุ้นของ BANPU ได้ และจะทำให้ผู้ถือหุ้นปัจจุบันที่รอการอนุมัติตัดสินใจใน
การยอมรับการทำคำ เสนอซื้อจาก BANPU โดยปัจจุบันมีผู้แสดงความจำนงจำหน่ายหุ้นรวมกับ
หุ้นเดิมที่ BANPU ซื้อมาก่อนหน้านี้ (19.9%) รวมเป็นประมาณ 32% ผู้บริหารแจ้งว่าหากสิ้นสุด
การทำ tender offer แล้ว บวกกับ FIRB อนุมัติแต่ไม่สามารถถือหุ้นได้เกิน 50.1% ก็จะมีการ
พิจารณาการลงทุนใน Centennial coal อีกครั้ง (อาจยกเลิกการ tender offer และถือหุ้นไว้
เพียง 19.9%) แต่หากถือหุ้นเกิน 50.1% ก็จะเดินหน้าในการบริหารบริษัทต่อไป เราคาดว่าการ
ทำ tender offer และการอนุมัติของ FIRB จะทราบผลในเดือนกันยายนนี้ เราประเมินว่าหาก
BANPU สามารถซื้อเหมือง Centennial coal ได้หมดจะทำให้บริษัทสามารถรับรู้ผลกำไรเข้า
มาได้ปีละประมาณ 2 พันล้านบาท

คาดไตรมาส 3/53 ปริมาณจำหน่ายจะเพิ่มขึ้น จากการกลับมาของเหมือง Jorong
หลังจากได้รับการต่อใบอนุญาตการใช้พื้นที่สำหรับการทำเหมือง เหมืองจูร่ง (Jorong)
ปัจจุบันก็ได้กลับมาผลิตเป็นปกติแล้ว โดยเราคาดว่า Jorong จะมีการผลิตและจำหน่ายถ่านหิน
ได้ประมาณ 0.5 ล้านตันในช่วงที่เหลือของปีหลังจากที่มีการจำหน่ายในไตรมาสแรกไป 0.5 ล้าน
ตัน (ไม่มีการจำหน่ายในไตรมาส 2/53) สำหรับการต่อใบอนุญาตการใช้พื้นที่ สำหรับการทำ
เหมืองจากกระทรวงป่าไม้ในครั้งนี้มีอายุ 9 ปี แต่ปริมาณสำรองที่เหลืออยู่ 7.61 ล้านตัน ณ สิ้น
ไตรมาส 2/53 และกำลังการผลิตปีละ 2 ล้านตัน ทำให้เราคาดว่า Jorong จะใช้ผลิตไปได้อีก
ประมาณ 4 ปี หลังจากที่เหมือง Jorong กลับมาผลิตได้ คาดว่าจะทำให้ปริมาณการจำหน่ายถ่าน
หินในไตรมาส 3/53 เพิ่มขึ้น 16% จาก 5 ล้านตันในไตรมาส 2/53 เป็น 5.8 ล้านตัน โดยเป็น
ของเหมือง Jorong ประมาณ 0.2 ล้านตัน และจะช่วยให้ทั้งปีปริมาณการจำหน่ายถ่านหินจะยัง
เป็นไปตามเป้าหมายเดิมที่ ตั้งเป้าไว้ที่ 23 ล้านตัน และในปีหน้าบริษัทตั้งเป้าจำหน่ายถ่านหิน
27 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 17% จากปีนี้ โดยจะมาจากการเปิดเหมืองใหม่ Bharinto (กำลังการผลิต
2 ล้านตัน/ปี) และ Tandung Mayang (กำลังการผลิต 2.8 ล้านตัน/ปี) เป็นหลัก

คาดราคาจำหน่ายถ่านหินฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง
ราคาถ่านหินที่ฟื้นตัวขึ้นมา 2.1% จากสัปดาห์ก่อนมาปิดที่ 90.60 เหรียญ/ตัน หลังจาก
ที่ปรับลดลงมา 9 สัปดาห์ติดต่อกันเป็นสัญญาณบอกถึงการฟื้นตัวของราคาถ่านหินในช่วงที่เหลือ
ของปี สำหรับราคาจำหน่ายถ่านหินในครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากราคาจำหน่ายเริ่ม
สะท้อนราคาถ่านหิน spot ที่ปรับตัวขึ้นมายืนเหนือ 90 เหรียญ/ตันในช่วงครึ่งปีแรกและจะยิ่งปรับ
ตัวดีขึ้นในปีหน้า ปัจจุบันบริษัทมีการทำสัญญาจำหน่ายถ่านหินในปีนี้ไปแล้ว 97% โดยมีการ
กำหนดราคาไว้ 82%, เป็นราคาตาม Index (API-4) อีก 14% และเหลือเพียง 4% ที่ไม่มีการ
กำหนดราคา โดยรวมแล้วเรายังเชื่อว่าราคาถ่านหินเฉลี่ยในปีนี้น่าจะอยู่ใกล้เคียงกับปี ก่อนที่
71.7 เหรียญ/ตัน

Daning กลับมาผลิตได้ตามปกติแล้วหลังหยุดผลิตไป 2 เดือน
สำหรับการต่อใบอนุญาตการทำเหมืองในเหมือง Daning (BANPU ถือ 56%)
ในประเทศจีน ซึ่งมีกำลังการผลิต 4 ล้านตัน/ปี ซึ่งใบอนุญาตเก่าได้หมดอายุลงวันที่ 12/6/53
ปัจจุบันได้รับในอนุญาตชั่วคราวไปจนถึงสิ้นปีนี้แล้ว (และคาดว่าจะได้ใบอนุญาตการทำเหมือง
ถาวรก่อนสิ้นปีนี้) ตอนนี้กำลังเริ่มกลับมาผลิตใหม่ตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคมนี้ การหยุดผลิตชั่ว
คราวของเหมือง Danning จะส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายถ่านหินของเหมืองนี้หายไปในเดือน
กรกฎาคม-สิงหาคม คิดเป็นถ่านหินที่หายไปประมาณ 0.5-0.6 ล้านตัน ซึ่งจะส่งผลกระทบกับ
กำไรของเหมืองดังกล่าวประมาณ 10 ล้านเหรียญหรือ 315 ล้านบาท (เป็นผลกระทบกับ
BANPU ประมาณ 170-200 ล้านบาท หรือ 0.63-0.74 บาท/หุ้น หรือ 1.2-1.4% ของประมาณ
การกำไรทั้งปีที่ 13,944 ล้านบาท หรือ 51.50 บาท/หุ้น) สำหรับเหมือง Hebi (BANPU ถือหุ้น
40% กำลังการผลิต 1.5 ล้านตัน/ปี) ไม่มีปัญหาเรื่องใบอนุญาตในการทำเหมือง ยังผลิตได้ปกติ
ส่วนเหมืองใหม่ Gaohe (BANPU ถือ 45%) กำลังการผลิต 6 ล้านตัน/ปี ที่คาดว่าจะผลิตใน
ปลายไตรมาส 3/53 กำลังอยู่ในระหว่างการขอใบอนุญาต ทำให้อาจต้องเลื่อนการผลิตไปเป็น
เดือนตุลาคม แต่ไม่มีผลกระทบกับประมาณการของเราเนื่องจากในประมาณการกำไรของเรา
เราให้เหมืองดังกล่าวเริ่มในไตรมาส 4/53 อยู่แล้ว โดยรวมคาดว่าส่วนแบ่งผลกำไรของธุรกิจถ่าน
หินในจีนจะมีผลกำไรลดลงจาก 1,491 ล้านบาทในไตรมาส 2/53 มาอยู่ประมาณ 1 พันล้านบาท
ซึ่งอาจฉุดผลกำไรไตรมาส 3/53 ลงไปบ้างแต่ไม่มากนักเนื่องจากจะได้ปริมาณการจำหน่ายถ่าน
หินของเหมืองใน อินโดนีเซียที่จะเพิ่มขึ้น 16% qoq มาทดแทน

ปัจจัยลบต่างๆ เริ่มคลี่คลายเป็นโอกาสลงทุนที่ดี แนะนำ ซื้อ
เราเชื่อว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง 4% เทียบกับตลาดที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 22%
(underperform market) ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาเป็นผลมาจากราคาถ่านหิน spot ที่อ่อนตัว
ลงตามตลาดที่ซบเซา (เป็นปกติในไตรมาส 3/53 ซึ่งเป็นช่วงหน้าแล้งในอินโดนีเซีย ทำให้มี
supply ออกมามาก), ปัญหาใบอนุญาตในการทำเหมืองในประเทศจีนที่มีปัญหาและ deal การ
เข้าซื้อ Centennial coal ที่ยังไม่มีบทสรุปที่ชัดเจน อย่างไรก็ตามราคาถ่านหินสัปดาห์ล่าสุดก็
เริ่มฟื้นตัวขึ้นมา 2.1% wow เป็น 90.6 เหรียญ/ตัน, ประเด็นการต่ออายุใบอนุญาตในการทำ
เหมืองก็จบลงแล้ว ส่วนการเข้าซื้อเหมือง Centennial coal ก็คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเดือนนี้คาด
ว่าจะช่วยคลี่คลายความกังวลต่างๆไปได้ ดังนั้นเรายังแนะนำ ซื้อ โดยมีราคาเป้าหมาย 740 บาท






เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 01/09/10 เวลา 8:36:22

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น