Investment Theme:
เหตุการณ์: จากการสอบถามไปทางฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ของ BBL
ยังคงตั้งเป้าสินเชื่อทั้งปีโต 6% แต่ปรับสมมติฐาน GDP จากโต 5-6% เป็น 7-
7.5% แบ่งเป็นเป้าสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่โต 5% SME โต 6-7% รายย่อยโต 0% และ
สินเชื่อต่างประเทศโต 6-7% ทั้งนี้ ล่าสุดสินเชื่อทุกธุรกิจยังโตได้ดีตามเป้า
คาดสินเชื่อ 3Q53 โตขึ้นเล็กน้อยหรือใกล้เคียงกับ 2Q53 เริ่มเห็นสินเชื่อระยะ
ยาวมากขึ้นทางด้านเงินฝากปัจจุบันยังไหลออกบ้าง แต่สภาพคล่องยังมีอยู่มาก
พยายามคุม LDR ไม่ให้เกิน90% สำหรับ NIM 3Q53 เชื่อว่าน่าจะอยู่ราว 3% ทางด้าน
หนี้ NPL 3Q53 ใกล้เคียงเดิมหรือเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ทำให้ยังคงนโยบายการตั้ง
สำรองค่าเผื่อฯ ที่ 7-7.5 พันล้านบาทต่อปี ส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยในส่วนรายได้ค่า
ธรรมเนียมยังตั้งเป้าโต 10% 3Q53 ยังโตขึ้นจาก 2Q53 ในส่วนกำไรจากการลงทุน
2Q53 มีกำไรจากการขาย ACL เข้ามากว่า 2 พันล้านบาทขณะที่ 3Q53 มีเพียงกำไร
จากพอร์ตตราสารหนี้เข้ามาหลายร้อยล้านบาท ทางด้าน Cost to Income Ratio
คาดอยู่ที่ 50-51%
สำหรับมุมมองสินเชื่อใน 4Q53 ถือเป็น High Season ของสินค้าเกษตร
ประกอบกับภาคธุรกิจเริ่มต้องเพิ่มกำลังการผลิต ภาคการส่งออกที่ดีขึ้น รวมถึง
โครงการภาครัฐที่มีความชัดเจนมากขึ้นในหลายๆ โครงการ เชื่อว่าจะทำให้สินเชื่อ
ทั้งปีเป็นไปตามเป้าได้ แม้ 8M53 ยังโตไม่มาก ในความเป็นจริงการอนุมัติสินเชื่อเกิน
เป้าแล้ว รอเพียงการเบิกจ่ายเท่านั้น ขณะที่การปลดล็อคมาบตาพุดน่าจะเป็นผลดีต่อ
สินเชื่อของ BBL ทั้งสินเชื่อที่ปล่อยให้โครงการมาบตาพุด และในนิคมอุตสาหกรรม
อื่นๆ ที่มีความชัดเจนมากขึ้น
สำหรับมาตรฐานบัญชี IAS 19 เรื่องการตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงานยังรอ
ความชัดเจนจากธปท. ยังไม่มีการตั้งแต่อย่างใดใน 3Q53
ส่วนเรื่องการลดค่าธรรมเนียมการโอนเงินของธนาคารยังอยู่ระหว่างคุยกัน เชื่อ
ว่ายังไม่จบลงง่ายๆ ซึ่งในส่วนดังกล่าวคิดเป็นราว 10% ของรายได้ค่าธรรมเนียม และ
หากมีการลดลงจริงเชื่อว่าธนาคารจะหารายได้อื่นเข้ามาชดเชยได้
ผลกระทบ:
เราคาดว่าใน 3Q53 BBL จะมีสินเชื่อโต 1% QoQ ขณะที่ NIM คาดว่าจะอยู่ที่
3.08% ดีกว่า 2Q53 ที่ 3.03% เล็กน้อย จากที่ยังมีเงินปันผลรับจากบริษัทย่อยเข้ามา
ทำให้คาดว่ารายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลจะเพิ่มขึ้น 1% QoQ ขณะที่รายได้ที่มิใช่
ดอกเบี้ยยังคงมีรายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโตได้ดี กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่คาดว่า
จะดีขึ้น และกำไรจากการลงทุนจากการขายพอร์ตตราสารหนี้ออกไปคาดราว 600
ล้านบาท แต่จาก 2Q53 มีกำไรจากการขาย ACL กว่า 2 พันล้านบาทเข้ามา ทำให้
คาดว่ารายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยจะลดลง 16% YoY ทางด้านค่าใช้จ่ายคาดว่าจะยังคง
ควบคุมได้ดี เชื่อ Cost to Income จะอยู่ที่ 50.7% ทางด้านการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้ฯ
คาดตั้ง 1.8 พันล้านบาทในไตรมาสนี้ การเสียภาษีในอัตราปกติ คาด 3Q53 BBL จะมี
กำไรสุทธิ 5,725 ล้านบาท หรือมีกำไรลดลง 16% QoQ แต่หากเทียบกับปีก่อนจะมี
กำไรเพิ่มขึ้น 13%YoY
เราเชื่อเช่นเดียวกับ BBL ว่าสินเชื่อจะโตมากขึ้นเรื่อยๆ ใน 4Q53 ถึงต้นปี
หน้า โดยเฉพาะสินเชื่อของธุรกิจรายใหญ่ในการขยายกำลังการผลิตของกิจการ ทำ
ให้เชื่อว่าผลประกอบการทั้งปี 53 จะเป็นกำไรที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ของ BBL ที่
24,344 ล้านบาท หรือมีกำไรเพิ่มขึ้น 17% YoY
คำแนะนำ: จากการประเมินมูลค่าโดยใช้ Justified PBV ที่ 1.4 เท่า จะได้ราคา
เป้าหมายอยู่ที่ 170 บาท ราคาปัจจุบันยังมี upside 16% แนะนำซื้อ
เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 22/09/10 เวลา 10:38:46
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น