คงมุมมองเชิงบวกต่อผลประกอบการ KTB
คาดว่าเรา KTB จะมีกำไรสุทธิ 14.6 พันล้านบาท ในปี 2553 และ 16.6 พันล้านบาท
ในปี 2554 หรือ เพิ่มขึ้น 20.1% และ 13.5%
KTB ได้ประโยชน์จากทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น
คาดว่า KTB ยังไม่ปรับอัราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ขึ้น โดยยังคงไว้ที่ 0.5% ขณะที่
อัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่คิดกับลูกค้าจะเพิ่มขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงดอกเบี้ยเงินกู้ยืมในระดับครึ่ง
หนึ่งที่มีการปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากขึ้น เราคาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะปรับอัตรา
ดอกเบี้ยนโยบายขึ้นเป็น 2.25% ในสิ้นปีนี้ และ 3.25% ในปีหน้า
แต่ส่วนต่างดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย
จากการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนสินเชื่อภาครัฐและรัฐวิสาหกิจแม้จะช่วยให้ยอดสินเชื่อขยาย
ตัว 12.4% ในปี 2553 และ 6.9% ในปี 2554 แต่สินเชื่อดังกล่าวให้ผลตอบแทนต่ำเกือบเท่า
อัตราดอกเบี้ยตลาดเงิน จะส่งผลให้ NIM ของ KTB ลดลง แต่การขยายตัวสินเชื่อรายย่อยและสิน
เชื่อบ้านในช่วงครึ่งหลังของปี 2553 และปีหน้า จะช่วยหนุนให้ NIM ไม่ลดลงมากนัก
หนี้ที่ไม่ก่อนให้เกิดรายได้ยังต่ำ คาดว่จะไม่มีการตั้งสำรองฯ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
จากภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งช่วยให้กระแสเงินสดของผู้ประกอบการและ ราย
ได้ของประชาชนดีขึ้น จะช่วยให้ความเสี่ยงสินเชื่ออยู่ในระดับต่ำ คาดว่า KTB จะตั้งสำรองฯ
ประมาณ 6.2 พันล้านบาท และ 6.4 พันล้านบาท ในปี 2553 และ 2554 ตามลำดับ ขณะที่ยอด
สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้จะอยู่ที่ 6% เทียบกับยอดสินเชื่อรวม
คาดว่ารายรับค่าธรรมเนียมเติบโตในระดับสูง
คาดว่ารายรับที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นถึง 21.5% YoY ในปีหน้า การเพิ่มขึ้นของการ
ค้าระหว่างประเทศ การขายผลิตภัณฑ์ทางการเงิน และ และค่าธรรมเนียมการโอนเงินผ่าน
ATM เครือข่ายสาขาทั่วประเทศ คาดว่า KTB จะได้รับผลกระทบไม่มากจากการปรับลดค่า
ธรรมเนียมการโอนเงิน เนื่องจากรายได้ค่าธรรมเนียมดังกล่าวมีสัดส่วนเพียง 20% ของรายได้ที่
ไม่ใช่ดอกเบี้ย
ราคาหุ้นของ KTB มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นตามข่าวการขายหุ้น KTB บางส่วนจาก
กองทุนเพื่อการฟื้นฟูระบบสถาบันการเงิน (FIDF) คาดว่า FIDF จะขายหุ้นของ KTB ออกบาง
ส่วนในราคา 20 บาท ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกให้ราคาหุ้นของ KTB มีโอกาสปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นต่อ
เนื่อง
การประเมินมูลค่าและคำแนะนำ
เราคงแนะนำ ‘ซื้อ’ โดยมีราคาเป้าหมายที่ 18.80 บาท (ประมาณการกำไรสุทธิในปี
2554 ที่ 16.6 พันล้านบาท BVPS ที่ 11.93 บาทและ PBV ที่ 1.58x) จาก 15.6 บาท สำหรับ
ผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2554 คาดว่า ผลประกอบการในปี 2554 จะเพิ่มขึ้น 13.5% เป็น
ผลจากอัตราการเติบโตของสินเชื่อและรายรับค่าธรรมเนียมอันไม่เกี่ยวข้องกับดอกเบี้ยที่อยู่ใน
ระดับสูง รวมถึงคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีต่อเนื่อง โดยไม่มีสำรองพิเศษเพิ่มเติม
เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 30/09/10 เวลา 9:19:13
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น