• คาดสินเชื่อปี 53 จะขยายตัวชะลอลงเป็น 6.0% หลังจากการเข้าซื้อ
BECAL, AIG Group และ GE Money Thailand (GEMT) ในปี 51-52 ขณะนี้ BAY
กำลังอยู่ระหว่างการปรับรวมระบบการดำเนินงานเข้าด้วยกัน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จใน
ปี 55 ซึ่งมีค่าใช้จ่ายประมาณ 1 พันล้านบาท ส่วนการเติบโตของสินเชื่อคาดว่าจะ
ชะลอลงในช่วง 2 ปีข้างหน้า ในด้าน NPL ใน 3Q53 มีการขายออกไปโดยมีมูลค่า
ทางบัญชีเท่ากับ 5.25 พันล้านบาท และมีแผนที่จะขายอีก 2.0-3.0 พันล้านบาทใน
4Q53 สำหรับปี 53 เราประมาณการว่าสินเชื่อของ BAY จะเติบโต 6.0% ซึ่งต่ำกว่าที่
ธนาคารตั้งเป้าหมายไว้ที่ 8.0% มากพอสมควรส่วนปี 54 คาดการณ์การขยายตัวของ
สินเชื่อไว้ที่ 8.0%
• คาดการณ์กำไรสุทธิ 3Q53 เพิ่มขึ้น 7%QoQ เป็น 2.28 พันล้านบาท
(EPS : 0.37 บาท) โดยประเมินว่า 1) NIM เพิ่มขึ้น 0.04% เป็น 4.92% เนื่องจากการ
เติบโตของสินเชื่อ และมีปันผลรับจากกองทุนวายุภักษ์ 1 รวมถึงปรับขึ้นอัตรา
ดอกเบี้ยเงินกู้ 0.15%, 2) รายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น 5%QoQ นำโดยค่าธรรรมเนียม
จากธุรกิจรายย่อย, 3) ค่าใช้จ่ายดำเนินงานสูงขึ้น 5%QoQ โดยหลักมาจากค่าใช้จ่าย
ในโครงการเกณียณอายุก่อนกำหนด และค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและโปรโมชั่น และ
4) ตั้งสำรองค่าเผื่อฯ ทรงตัว QoQ ที่ 2.9 พันล้านบาท ทั้งนี้การเพิ่มขึ้นของสินเชื่อ
0.7%QoQ ถูกชดเชยด้วยการขาย NPL ออกไป 5.25 พันล้านบาทใน 3Q53 ดังนั้นเรา
คาดว่า NPL ratio จะลดลงเป็น 6.5% ในสิ้น 3Q53 จาก 7.1% ในสิ้น 2Q53
• แนะนำถือ โดยให้ราคาพื้นฐาน 23.40 บาท อิงกับ P/BV ปี 54 ที่ 1.35
เท่า ซึ่งอิงกับอัตราการเติบโตในระยะยาวที่ 8.0% และ ROE 13.5% ในช่วง 3 ปีข้าง
หน้า
เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 28/09/10 เวลา 12:01:43
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น