วันจันทร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.เอเซียพลัส : IVL แนะนำซื้อ Fair value 30.85 บาท

คาดกำไรดำเนินงาน 3Q53 เติบโต 22.5%qoq ปริมาณขาย PET เพิ่ม PTA ฟื้น
ฝ่ายวิจัยคาด IVL จะมีกำไรสุทธิ 3Q53 เท่ากับ 1.80 พันล้านบาท แม้จะลดลง
13.4% qoq แต่ส่วนใหญ่เป็นการลดลงของรายได้พิเศษทิ่เกิดขึ้นในคราวเดียว (ค่าความนิยมติด
ลบที่บันทึกเป็นรายได้ใน 2Q53 เท่ากับ 563 ล้านบาท) หากไม่รวมรายการดังกล่าว พบว่ากำไร
จากการดำเนินงานใน 3Q53 เท่ากับ 1.63 พันล้านบาท เติบโตถึง 22.5% qoq และ 190.3%
yoy โดยมีปัจจัยผลักดันทั้งจากปริมาณการผลิต PET ที่เพิ่มขึ้นจากการเริ่มดำเนินการผลิตเชิง
พาณิชย์ของโรงงานผลิตเม็ดพลาสติก AlphaPet ในสายการผลิตที่ 2 อีกราว 2 แสนตัน/ปี ตั้งแต่
ช่วงต้นเดือน มิ.ย.53 (สายการผลิตที่ 1 ซึ่งมีกำลังการผลิตใกล้เคียงกัน ได้เริ่มผลิตเชิงพาณิชย์
ไปในช่วงเดือน ต.ค.52 ที่ผ่านมา โดยปัจจุบันสามารถผลิตได้เต็มกำลังการผลิตแล้ว) จะทยอย
ผลิตและสร้างรายได้เต็มที่มากขึ้นใน 3Q53 ขณะที่สถานการณ์ Spread ของราคาผลิตภัณฑ์
PTA-Px คาดว่ากระเตื้องขึ้นจากงวดที่ผ่านมา (งวด 2Q53 ราคา Px ค่อนข้างผันผวนกว่า
3Q53) เนื่องจาก Demand ของ PTA ที่ฟื้นตัวกลับสูงขึ้นในงวดนี้ อีกทั้งไม่มีแผนการหยุดซ่อม
บำรุงเช่นที่เกิดขึ้นใน 2Q53 ที่ผ่านมา (2 โรงงานทั้งในยุโรปและ Indorama Petrochem ใน
ประเทศไทย) เช่นเดียวกับ Spread ของราคา PET-PTA และ MEG ที่คาดว่ายังแข็งแกร่งต่อ
เนื่องจากงวดที่ผ่านมา ส่วน Spread เฉลี่ยของ Polyester Fiber พบว่ากระเตื้องขึ้นจากงวดที่
ผ่านมา เนื่องจากความต้องการในส่วนของผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มที่ใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ และ
สายการบินที่เพิ่มขึ้น ล้วนเป็นปัจจัยบวกต่อการเติบโตของกำไรจากการดำเนินงานในงวดนี้ โดย
รวมแล้ว คาดกำไรสุทธิใน 9M53 จะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 5.42 พันล้านบาท เติบโตถึง 57.5% จาก
งวดเดียวกันของปีก่อน และคิดเป็น 72% ของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2553 ที่คาด

ผู้นำ Polyester ของโลกจากแผนลงทุนใหญ่เพื่อต่อยอดธุรกิจในระยะยาว
IVL ยังคงยึดมั่นต่อแนวทางการดำเนินธุรกิจในกลุ่มที่เกี่ยวเนื่องกับ Polyester
chain (ประกอบด้วยเม็ดพลาสติก PET เส้นใยโพลีเอสเตอร์ และวัตถุดิบขั้นกลาง PTA) เพื่อ
ก้าวสู่การขึ้นเป็นผู้ผลิตในกลุ่ม Polyester chain อันดับ 1 ของโลก จากแผนการลงทุนในระยะ
4 ปีข้างหน้า ภายใต้วงเงินลงทุน 2 พันล้านเหรียญฯ ทั้งการเข้าซื้อกิจการ การขยายกำลังการ
ผลิตโรงงานปัจจุบัน รวมถึงการสร้างโรงงานแห่งใหม่ในตลาดที่ยังมีศักยภาพการเติบโตของ
Demand ในระดับสูง อาทิ อัฟริกา ตะวันออกกลาง และเอเชีย โดยเฉพาะประเทศจีน ซึ่งจะเป็น
การทยอยเข้าลงทุนโดยใช้แหล่งเงินทุนทั้งจากกระแสเงินสดภายในกิจการ รวมถึงการก่อหนี้
ใหม่ๆ เพิ่มเติม (พร้อมทั้งลดภาระหนี้สินเดิมลงตามหมายกำหนดการในแต่ละปีด้วย) โดยที่
บริษัทฯ มีนโยบายควบคุมสัดส่วน Debt service coverage ratio (DSCR) ให้สูงเกินระดับ
1.1 เท่า เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน ซึ่งจากการเปิดเผยของบริษัทฯ
คาดว่าในช่วง 2H53 น่าจะสามารถสรุปแผนการลงทุนในโครงการใหม่ๆ ได้ราว 2-3 โครงการซึ่ง
รวมถึงโครงการลงทุนในประเทศจีน ที่ยังมีศักยภาพการเติบโตของ GDP เชิงรุกต่อเนื่อง โดย
ฝ่ายวิจัยยังคงมุมมองบวกต่อแนวโน้มธุรกิจของ IVL ในระยะยาว แม้จะยังไม่ทราบรายละเอียดที่
ชัดเจนของแต่ละโครงการ แต่จากโครงสร้างแหล่งเงินลงทุนที่เปิดเผยดังกล่าว จะยิ่งช่วยเพิ่ม
ศักยภาพการเติบโตของกำไรสุทธิในระยะยาวจากการประหยัดต่อขนาดที่เกิดขึ้น (ลดต้นทุนการ
ผลิตต่อหน่วยลง)

คงคำแนะนำซื้อ แนวโน้มผลการดำเนินงาน 4Q53 ถึงปี 2554 สดใสต่อเนื่อง
ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการผลการดำเนินงานปี 2553-54 และคำแนะนำซื้อ โดยแนว
โน้มผลการดำเนินงาน 4Q53 คาดว่าจะยังสดใสต่อเนื่อง จากปริมาณการผลิตรวมที่ทยอยเพิ่มขึ้น
เต็มกำลังการผลิต อีกทั้งการประกาศโครงการลงทุนใหม่ๆ เพิ่มเติม จะยิ่งเป็นปัจจัยบวกที่ช่วย
ผลักดันราคาหุ้น IVL ให้สามารถ outperform ค่าเฉลี่ยกลุ่มฯ และตลาดฯ ได้ในระยะ 2-3 เดือน
ข้างหน้า และช่วยผลักดันให้กำไรสุทธิปี 2553-55 จะเติบโตในอัตราเฉลี่ยถึง 20.6% ต่อปี
(CAGR) ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยกำหนด Fair value ปี 2553 อิงวิธี DCF (WACC เท่ากับ 9.27%)
เท่ากับ 30.85 บาท โดยราคาหุ้นปัจจุบันยังมีส่วนลดจากมูลค่าพื้นฐานใหม่ถึง 23% จึงยังคงคำ
แนะนำซื้อ




เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 20/09/10 เวลา 9:36:30

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น