AP มีปัจจัยบวกใหม่สองประการ คือ 1) การเข้าซื้อหุ้นจากบริษัทร่วมทุน
2 แห่ง ซึ่งทำให้กำไรของ AP เพิ่มขึ้น 3-10% ในปี 2010-13F และ 2) ยอด
presale มีโมเมนตัมที่ดีในช่วง 2H10 (เพิ่มเป็น 2 เท่าจากช่วง 1H10) แนะนำ
“ซื้อ” โดยมีราคาเป้าหมายใหม่ที่ 8.8 บาท/หุ้น AP ซื้อขายที่ PE ที่ 8 เท่าใน
ปี 2011F ถูกกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มฯ ที่ 9.4 เท่า
จะเข้าซื้อหุ้นสามัญเพิ่มเติมจากกลุ่มแปซิฟิก สตาร์
AP มีแผนที่จะซื้อหุ้นสามัญในบริษัท เอพี สตาร์ (รัชดา) จำกัด จำนวน
489 ลบ. และ บริษัท เอพี แปซิฟิก สตาร์ (สาทร) จำกัด 343 ลบ. จาก กลุ่ม
แปซิฟิก สตาร์ ในวันที่ 1 ต.ค. ซึ่งหลังจากการซื้อหุ้นนี้ AP จะถือหุ้นใน
บริษัททั้งสองในสัดส่วน 99.99% AP กล่าวว่า ราคาซื้อนี้คิดเป็น minimum
IRR ที่ 20% ซึ่งบริษัทร่วมทุน (JVs) ทั้งสองนี้เป็นเจ้าของโครงการคอนโด
2 โครงการ คือ Rhythm รัชดา (มูลค่า 3.6 พันลบ. ขายแล้ว 82%) ซึ่งจะ
ก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนพ.ย. นี้ และ The Address สาทร 12 (มูลค่า 4.1
พันลบ. ขายแล้ว 74%) ซึ่งจะแล้วเสร็จภายในปลายปี 2012
การเข้าซื้อหุ้นจาก JVs เป็นบวกสำหรับ AP
เรามองว่าการเข้าซื้อหุ้นเหล่านี้เป็นบวกต่อ AP เนื่องจาก 1) ราคาเข้า
ซื้อนั้นยุติธรรม ที่ระดับเหนือกว่ามูลค่าทางบัญชีของโครงการ Rhythm รัชดา
12% เนื่องจากโครงการนี้ใกล้จะแล้วเสร็จ และต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีของ
The Address สาทร ราว 7% และ 2) ทำให้มีกำไรเพิ่มขึ้น 4% ในปี 2010F
(เข้ามาในช่วง 4Q10) และ 9%, 3% และ 10% ในปี 2011-13F
ยอด Presales มีโมเมนตัมที่เป็นบวกใน 3Q10F
ยอด presales เดือนก.ค. และ ส.ค.10 แตะระดับ 1.8 พันลบ. (75%
มาจากยอด presales ที่อยู่อาศัยประเภท low-rise) เนื่องจากมีอัตราการจองของ
โครงการทาวน์เฮ้าส์ 3 โครงการในช่วงต้นไตรมาส ขณะที่ยอด presales
เดือน ก.ย. เดือนเดียวน่าจะมีจำนวนอย่างน้อยสองเท่าของยอด presales
เดือน ก.ค. และ ส.ค. ที่ 3.6 พันลบ. ผลักดันโดย การเปิดตัวโครงการ
คอนโด fully-furnished ภายใต้แบรนด์ “Rhythm” 3 โครงการ ในช่วงสุด
สัปดาห์นี้ในวันที่ 18-19 ก.ย. ซึ่งทั้ง 3 โครงการมีทำเลอยู่ใกล้กับ BTS
Skytrain ดังนั้นยอด presales ใน 3Q10 จึงน่าจะมีมากกว่า 5 พันลบ.
เพิ่มขึ้นจาก 2.8 พันลบ. ในช่วง 1Q10 และ 2.7 พันลบ. ในช่วง 2Q10
แนวโน้มดีขึ้น ผลักดันราคาหุ้น
เราคาดว่า AP มีปัจจัยที่ช่วยผลักดันราคาหุ้นให้ปรับตัวขึ้นจากปัจจุบัน
คือ 1) ยอด presales ที่แข็งแกร่งในช่วง 2H10 ซึ่งเราคาดว่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่า
2 เท่า เมื่อเที่ยบ h-h มาอยู่ที่ 11.5 พันลบ. จาก 5.5 พันลบ. ในช่วง 1H10
เนื่องจาก AP จะเปิดตัวโครงการ 13 โครงการ มูลค่า 22.8 พันลบ. ในช่วง
2H10 (คอนโด 5 โครงการ มูลค่า 13.8 พันลบ.) vs 5 โครงการ มูลค่า 8.4
พันลบ. ใน 1H10 2) กำไรมีแนวโน้มเติบโต หลังจากการเข้าซื้อหุ้นจาก
JVs เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรของเราขึ้นราว 16%, 17%, 7%, และ
11% สำหรับปี 2010-13 เพื่อสะท้อนกำไรที่เพิ่มขึ้นจากการเข้าซื้อกิจการนี้
และอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาดในช่วง 1H10 ปัจจุบัน AP ซื้อขายที่ PE ปี
2011F ที่ 8 เท่า ถูกกว่ากลุ่มอสังหาฯ ที่ 9.4 เท่า และให้ dividend yield ที่
5% เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” โดยมีราคาเป้าหมาย DCF ใหม่ที่ 8.8 บาท/หุ้น
จากก่อนหน้าที่ 8.3 บาท/หุ้น
เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 15/09/10 เวลา 9:07:41
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น