ปรับราคาขายปูนขึ้นเป็นครั้งที่สามรอบเดือนครึ่งอีก 50 บาท รวมปรับขึ้น 150-350 บาท/ตัน
ปรับราคาเหมาะสมปีหน้าขึ้นเป็น 380 บาท
ปรับราคาขายปูนขึ้นเป็นครั้งที่สามรอบเดือนครึ่งอีก 50 บาท รวมปรับขึ้น 150-350
บาท/ตัน และ สถานการณ์ขาลงในวัฏจักรปิโตรเคมีไม่ได้เลวร้ายตามที่กังวลก่อนหน้านี้ โดย
สเปรดในธุรกิจปิโตรเคมีเดือน ก.ย. ได้ปรับดีขึ้นมาก เรามองแนวโน้มราคาหุ้น SCC จะเข้าสู่
วัฏจักรขาขึ้นรอบใหญ่ในช่วงปี 2554 – 2556 จากเป็นช่วงที่เก็บเกี่ยวผลลงทุนสูงในอดีต ซึ่งจะ
ทำให้กำไรของ SCC พุ่งขึ้นเป็น 40,000-50,000 ล้านบาท ในช่วงปี 2555-2556 คงคำ
แนะนำ ซื้อ ปรับราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 380 บาท
กลาง ส.ค. ถึงปลาย ก.ย. ปรับราคาปูนซิเมนต์ขึ้น 150-350 บาท/ตัน
บมจ. ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ได้ปรับขึ้นราคาปูนซิเมนต์ชนิดถุงเมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2553
ขึ้นประมาณ 50 บาท/ตัน ทั้ง ตราเสือ และ ตราช้าง หลังจากที่ในช่วงกลางเดือน ส.ค. 2553 ถึง
ต้นเดือน ก.ย. 2553 ได้ปรับขึ้นมาแล้วสองครั้ง ดังนั้นรวมแล้วในช่วง กลางเดือน ส.ค. ถึง ปลาย
ก.ย. ราคาปูนซีเมนต์ตราเสือปรับขึ้น 150 บาทต่อตัน ราคาปูนซีเมนต์ตราช้างปรับขึ้น 350 บาท
ต่อตัน (ดูรายละเอียดตาราง 1) โดย SCC มีปริมาณขายปูนซีเมนต์ในประเทศประมาณ 10 ล้าน
ตัน ดังนั้น ถ้าคิดแบบคร่าวๆ ทุก 100 บาท ที่ปรับขึ้นจะช่วยให้ EBITDA ดีขึ้น ประมาณ 1,000
ล้านบาท โดยในปี 2552 ธุรกิจปูนซีเมนต์มี EBITDA เท่ากับ 11,272 ล้านบาท
ขาลงในธุรกิจปิโตรเคมีไม่ได้เลวร้าย สเปรดในธุรกิจปิโตรเคมีเดือนก.ย.ปรับตัวดีขึ้น
กำลังการผลิตใหม่ของโลกที่เข้ามาในปีนี้ 11 ล้านตัน ได้ทำให้สถานการณ์ PE –
Naphtha ทรุดลงไปต่ำสุดที่ 373 เหรียญ/ตัน ในช่วงปลายเดือน ก.ค. 2553 ที่ผ่านมา
เทียบกับเฉลี่ยไตรมาสสองมีสเปรดเท่ากับ 502 เหรียญ/ตัน ในเดือน ก.ย. ได้ปรับตัวขึ้นเป็น
483-484 เหรียญ/ตัน ติดต่อกันมาสามสัปดาห์ สะท้อนแนวโน้มขาลงในธุรกิจปิโตรเคมีไม่ได้เลว
ร้ายตามที่กังวลก่อนหน้านี้ ดังนั้น แนวโน้มกำไรธุรกิจปิโตรเคมีในไตรมาสสี่จะปรับตัวดีขึ้นเมื่อ
เทียบกับไตรมาส สาม รวมถึงแรงหนุนจากราคาปูนซีเมนต์ที่ปรับขึ้น จะผลักดันกำไรของ SCC
ในไตรมาสสี่ปรับตัวดีขึ้น เมื่อเทียบกับไตรมาสสาม
เข้าสู่วัฏจักรขาขึ้นรอบใหญ่ปี 2554-2556 กำไรจะทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 4-5 หมื่นล้านบาท
เรามองแนวโน้มราคาหุ้น SCC จะเข้าสู่วัฏจักรขาขึ้นรอบใหญ่ในช่วงปี 2554 – 2556
ดังเช่น ที่เกิดขึ้นในอดีต คือ 1.) ช่วงปี 2530-2538 หรือ ยุดทองของเศรษฐกิจไทย กำไรของ
SCC ผลักดันโดยธุรกิจปูนซีเมนต์ และขึ้นไปสูงสุดเมื่อปี 2539 เท่ากับ 6,788 ล้านบาท ราคา
หุ้นสูงสุดบริเวณ 154 บาท ในปี 2538 และ 2.) ช่วงปี 2544 – 2549 กำไรของ SCC ถูกผลัก
ดันโดยธุรกิจปิโตรเคมี และ ขึ้นไปสูงสุด 33,707 ล้านบาท ในปี 2547 ราคาหุ้นพุ่งขึ้นมาสูงสุดที่
บริเวณ 250-280 บาท ดังนั้น ในปี 2554 - 2556 จะเป็นช่วงที่เก็บเกี่ยวผลลงทุนสูงในอดีตถึง
1.55 แสนล้านบาท ทำให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว ซึ่งจะทำให้กำไรของ SCC พุ่งขึ้น
เป็น 40,000-50,000 ล้านบาท ในช่วงปี 2555-2556 (ดูตารางกราฟที่ 2 ประกอบ) ดังนั้น เมื่อ
คำนึงถึง ศักยภาพดังกล่าว และ ในช่วงที่ดีหุ้น SCC จะซื้อขาย PE ประมาณ 13-15 เท่า ดังนั้น
เราปรับเป้าหมายเป็น 380 บาท บนฐาน P/E ปี 2554 เท่ากับ 14 เท่า จาก 350 บาท และ เรา
คงคำแนะนำ ซื้อ
เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 29/09/10 เวลา 8:48:39
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น