เต็มไปด้วยปัจจัยบวก; คงคำแนะนำ ‘ซื้อ’
เนื่องจากความกังวลของตลาดเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดความล่าช้าในการเริ่ม
ดำเนินการโรงไฟฟ้า GHECO-One ได้คลี่คลายลง และราคาหุ้นได้เริ่มดีดตัวกลับ เราจึงเชื่อว่า
ขณะนี้เป็นเวลาที่ดีสำหรับนักลงทุนในการเริ่มกลับเข้ามาซื้อสะสมหุ้นใหม่อีกครั้ง
นอกจากนี้แล้วยังมีปัจจัยบวกอื่นๆ ที่เรียงหน้าเข้ามาสนับสนุนราคาหุ้นในระยะกลางถึง
ยาว เริ่มจาก แนวโน้มยอดขายที่ดินยังคงสดใส จากแผนการขยายการลงทุนของอุตสาหกรรมยาน
ยนต์ และปิโตรเคมีในปีนี้และปีหน้า ความเป็นไปได้เกี่ยวกับการซื้อหุ้นส่วนที่เหลือใน SIL และ
RIL ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นใน 4Q53 จะเป็นประโยชน์ต่อรายได้การขายบริการสาธารณูปโภคของ
HEMRAJ และอาจช่วยนำมาซึ่งโอกาสในการทำธุรกิจใหม่ๆ สำหรับบริษัทฯ จากนั้นการเริ่มเปิด
ดำเนินงานเพื่อการพาณิชย์ของ GHECO-One ในเดือน พ.ย. 2554 จะเปลี่ยนโครงสร้างรายได้
ของ HEMRAJ ไปตลอดกาล กล่าวคือผลประกอบการจะมีความแน่นอนมากขึ้น จากกระแสเงิน
ปันผลจากโรงไฟฟ้าที่จ่ายให้กับบริษัทฯท้ายที่สุด การเริ่มเปิดดำเนินงานของโรงงานปิโตรเคมีใน
ปี 2556 จะเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มรายได้จากการขายบริการสาธารณูปโภคของบริษัทใน
อนาคต เราคงคำแนะนำ ‘ซื้อ’ HEMRAJ โดยมีราคาเป้าหมายที่ 2.65 บาท และยังคงเลือก
HEMRAJ เป็นหุ้นเด่น
ความกังวลของตลาดเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเลื่อนการเปิด GHECO-Oneได้คลี่คลายลง
แล้ว
สัปดาห์ที่แล้ว เราเขียนรายงานแสดงความเห็นว่าการเทขายหุ้นของตลาดจากความ
กังวลเกี่ยวกับปัญหาความล่าช้าในการเริ่มดำเนินโครงการ GHECO-One (โรงงานผลิตไฟฟ้า
จากถ่านหินที่กำลังการผลิต 660MW) ซึ่ง HEMRAJ ถือหุ้นอยู่ 35.0% นั้น เกินกว่าเหตุ ตอนนี้
เราเห็นว่าความกังวลดังกล่าวได้คลี่คลายลงและราคาหุ้นได้เริ่มดีดตัวกลับ เราจึงเชื่อว่าขณะนี้เป็น
เวลาที่ดีสำหรับนักลงทุนในการเริ่มกลับเข้ามาซื้อสะสมหุ้นใหม่อีกครั้ง
ในขณะที่ อาจเป็นไปได้ว่าการเปิดดำเนินการของ GHECO-One จะล่าช้าออกไป
กว่าที่กำหนด แต่หากเกิดความล่าช้าจริง ก็จะเป็นเวลาแค่ 4-6 อาทิตย์ เป็นอย่างมาก จากปัญหา
ความล่าช้าในด้านการก่อสร้าง แต่ไม่ใช่จากขั้นตอนการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ (HIA) และ
ในกรณีที่การก่อสร้างมีปัญหาล่าช้าสัญญา EPC ก็จะครอบคลุมความเสียหายต่างๆ ที่เกิดขึ้น
เต็มจำนวน นอกจากนี้ GHECO-One ยังได้ทำการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ และสิ่งแวด
ล้อม (EHIA) ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นในปลาย 1Q54 – ต้น 2Q54 อันเป็นเวลาก่อนกำหนดการเริ่ม
ดำเนินงานเพื่อการพาณิชย์ของโรงผลิตไฟฟ้าในเดือน พ.ย. 2554อยู่มาก ดังนั้นปัญหาการเลื่อน
การเริ่มเปิดดำเนินงานเพื่อการพาณิชย์ของ GHECO-One ซึ่งมีความเป็นไปได้ต่ำอยู่แล้ว จึง
ไม่ส่งผลกระทบต่อกำไรของ HEMRAJ อย่างมีนัยสำคัญ
แนวโน้มยอดขายที่ดินยังดีตามแผนการขยายการลงทุนอุตสาหกรรม
HEMRAJ ขายที่ดินได้ 623 ไร่ใน 1H53 (ยอดขายสูงสุดในกลุ่มฯ) จากเป้ายอดขาย
ที่ดินรวม 1,000 ไร่ในปีนี้ และจากแนวโน้มการลงทุนที่ดีขึ้น ทำให้บริษัทฯ เห็นว่าบริษัทฯ อาจ
ต้องปรับเป้ายอดขายที่ดินขึ้นอีกโดยแผนการขยายการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะ
จากการลงทุนต่อเนื่องของผู้ผลิตชิ้นส่วนของผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ เช่น ซูซูกิ ฟอร์ด มิตซูบิชิ จะ
เป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อยอดขายที่ดินในปีนี้และปีหน้า ส่วนในปี 2554 การกลับมาของการลงทุน
ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งส่วนมากเป็นแผนการขยายจากธุรกิจเดิม จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการ
ขายที่ดินของ HEMRAJ ทั้งนี้ ในปัจจุบันที่ดินกว่า 400 ไร่ใน Hemaraj Eastern Industrial
Estate (มาบตาพุต) กำลังอยู่ระหว่างทำการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ (HIA) และน่าจะ
พร้อมขายได้ในกลางปี 2554
การเข้าถือหุ้นส่วนที่เหลือใน SIL และ RIL เป็นอีกปัจจัยในการเพิ่มรายได้จากการขายบริการ
สาธารณูปโภค
มีความเป็นไปได้สูงที่ HEMRAJ จะใช้สิทธิ (option) (สิ้นสุดในปี 2553) ในการ
ซื้อหุ้นส่วนที่เหลือ (75.0%) ใน SIL Industrial Land (Saraburi) และ Rayong Industrial
Land (RIL) จาก Siam Cement จากการถือหุ้นส่วนเพิ่ม บริษัทฯ จะได้ประโยชน์จากการเพิ่ม
สัดส่วนรายได้ยอดขายสาธารณูปโภคในนิคมฯ ทั้งสองแห่งดังกล่าว (จาก 25.0% เป็น 100%)
ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ตั้งงบการลงทุนไว้แล้ว 1.1 พันล้านบาทเพื่อการเข้าซื้อหุ้นเพิ่มเติมดังกล่าว
มีโอกาสลงทุนในโรงไฟฟ้า SPP
HEMRAJ มีสิทธิในการลงทุนร่วม (25.0%) ในโครงการผลิตไฟฟ้าขนาดย่อม
(SPP) อีก 2 แห่ง (กำลังการผลิตแห่งละ 120MW, 90MW ขายให้ EGAT และอีก 30MW
ขายให้โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ) แห่งหนึ่งใน SIL และอีกแห่งหนึ่งใน RIL นอกเหนือจากไฟฟ้า
แล้ว โรงงานผลิตไฟฟ้าขนาดย่อมยังจะให้พลังไอน้ำ ซึ่งสามารถขายให้กับโรงงานอุตสาหกรรม
ต่างๆ (ปกติต้องต้มน้ำเองในราคาที่แพงกว่า) ได้อีกด้วย ดังนั้นแผนการลงทุนในโรงไฟฟ้าขนาด
ย่อมจึงไม่เพียงแต่สร้างความแน่นอนในด้านรายได้ แต่จะยังเป็นอีกแหล่งรายได้ กล่าวคือ การ
ขายพลังไอน้ำให้กับโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ได้อีกด้วย
คงคำแนะนำ ‘ซื้อ’ โดยมีราคาเป้าหมายที่ 2.65 บาท
HEMRAJ ยังคงเป็นหุ้นเด่นของเราในกลุ่มฯ จากแนวโน้มการเติบโตทางธุรกิจที่
ดีกว่า และความแน่นอนของกำไรที่อยู่ในระดับสูง แนะนำ ‘ซื้อ’ โดยมีราคาเป้าหมายที่ 2.65 บาท
เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 20/09/10 เวลา 9:49:19
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น