วันพุธที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.กรุงศรีอยุธยา : SCB แนะนำ “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐานที่ 119 บาท

คาดกำไรสุทธิงวด 3Q53 เติบโตสูง 29%YoY
เรามองว่าราคาหุ้นของ SCB มีโอกาสปรับขึ้นโดดเด่นในกลุ่มธนาคาร จากแนวโน้ม
ผลการดำเนินงานงวด 3Q53 ที่จะกลับมาแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มฯ โดยคาด SCB จะมีกำไรสุทธิ
6.73 พันล้านบาท (+29%YoY, +27%QoQ) คงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยปรับมูลค่าพื้นฐานจาก
113 บาท เป็น 119 บาท จากการปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 53 เพิ่มขึ้นเป็น 2.32 หมื่นล้าน
บาท และกำไรสุทธิปี 54 เป็น 2.61 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ ปรับ Target P/BV เป็น 2.3 เท่า
(ROE 16%, Long-term growth 6%) จาก 2.2 เท่า จากความสามารถการทำกำไรที่ดีขึ้น
(ROE ปี 54 ปรับขึ้นจาก 15.1% เป็น 15.6%)

คาดการณ์กำไรสุทธิ 3Q53 แข็งแกร่งที่ 6.73 พันล้านบาท (+29%YoY, +27%QoQ)
จากการคาดการณ์ของเรา ใน 3Q53 SCB จะมีกำไรสุทธิ 6.73 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น
29%YoY

สาเหตุหลักมาจาก
i) NIM มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นจาก 3.4% ใน 3Q52 เป็น 3.7% แม้ว่าอัตราผลตอบ
แทนจากสินเชื่อ (Loan yield) จะลดลงจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และภาวะการแข่งขันที่สูง
ขึ้นแต่ SCB สามารถควบคุมต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายได้ดี ทำให้รายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลสุทธิ
เพิ่มขึ้น 6% YoY มาอยู่ที่ 1.12 หมื่นล้านบาท
ii) คุณภาพสินเชื่อแข็งแกร่ง ทำให้ธนาคารสามารถลดภาระการตั้งสำรองหนี้ฯ โดยคาด
ว่าค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ฯ จะลดลง 18%YoY เหลือ 1.2 พันล้านบาท
iii) กำไรจากเงินลงทุนเพิ่มขึ้น โดย SCB ขายหุ้นกรุงเทพซินธิติกส์จำนวน 11.73 ล้าน
หุ้น รวมเป็นเงิน 1.08 พันล้านบาท คาดว่า SCB จะมีกำไรสูงราว 1.03 พันล้านบาท

อย่างไรก็ดี หากเทียบกับ 2Q52 คาดกำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้น 27% สาระสำคัญจาก
i) รับเงินปันผลเพิ่มขึ้นจากการลงทุนในกองทุนวายุภักษ์ราว 320 ล้านบาท
ii) กำไรจากเงินลงทุนเพิ่มขึ้น QoQ
iii) รายได้จากค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น QoQ หลังจากที่สถานการณ์การเมืองกลับมาสู่ภาวะ
ปกติทำให้ลูกค้ากลับมาใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตมากขึ้น

คาดสินเชื่อ 3Q53 ขยายตัวราว 1%QoQ
แนวโน้มสินเชื่อเดือน ส.ค. กลับมาขยายตัวแข็งแกร่ง 1.6%MoM พลิกจากที่เคยลดลง
1.7% ในเดือน ก.ค. ส่งผลให้ยอดสินเชื่อเดือน ก.ค. – ส.ค. ลดลง 0.2% จากสิ้น 2Q53 เรา
คาดว่าสินเชื่อเดือน ก.ย. มีแนวโน้มขยายตัวดีต่อเนื่อง โดยคาดการณ์สินเชื่อ 3Q53 จะขยายตัว
ราว 1%QoQ ชะลอตัวจาก 2Q53 ที่ขยายตัว 3.5% นอกจากนี้ คาดสินเชื่อกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่
และกลุ่มบริษัทขนาดกลางและเล็ก (SME) จะขยายตัวตามการขยายการลงทุนและการส่งออก
เราปรับเป้าหมายสินเชื่อปี 53 จาก 6%YoY เป็น 7% และปรับเป้าหมายสินเชื่อปี 54 จาก 6%
YoY เป็น 7%

คุณภาพสินเชื่อแข็งแกร่งขึ้น
แม้หนี้ด้อยคุณภาพใน 2Q53 จะปรับเพิ่มขึ้น 2.3% จาก 1Q53 เป็น 4.48 หมื่นล้าน
บาท และ NPL ratio เพิ่มขึ้นเป็น 4.4% เนื่องจากลูกค้ารายใหญ่ประสบปัญหาสภาพคล่อง
อย่างไรก็ดีธนาคารอยู่ระหว่างกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้กับลูกค้า เราประเมินว่าหากการปรับ
โครงสร้างหนี้สำเร็จใน 2H53 กอปรกับคุณภาพสินเชื่อแข็งแกร่งขึ้นตามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
คาดว่า NPL ratio ของ SCB จะปรับลดลงที่ราว 4% ในสิ้นปี 53 ใกล้เคียงเป้าหมายของ
ธนาคารที่ 3.9% นอกจากนี้ คาดว่า Coverage ratio จะปรับขึ้นเป็น 106% ณ สิ้นปี 53 จาก
98.9% ใน 2Q53 ซึ่งจะส่งผลดีต่อนโยบายการตั้งสำรองหนี้ฯ ในอนาคต เพราะการที่ธนาคารมี
ระดับสำรองหนี้ฯส่วนเกินสูงจะช่วยลดความเสี่ยงการตั้งสำรองหนี้ฯ ในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว

ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 53 และปี 54
เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 53 เพิ่มขึ้น 3.7% เป็น 2.32 หมื่นล้านบาท (+11.7%
YoY) สาระสำคัญจากการปรับสมมติฐานกำไรจากเงินลงทุนเพิ่มขึ้น 70% เป็น 1.4 พันล้านบาท
นอกจากนี้ ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 54 เพิ่มขึ้น 4.2% เป็น 2.61 หมื่นล้านบาท (+12.7%
YoY) จากการปรับเป้าหมายสินเชื่อเพิ่มขึ้นจาก 6% เป็น 7%



เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 29/09/10 เวลา 9:51:54

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น