ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น “ซื้อ”
เราปรับมูลค่าพื้นฐานปี 54 ของ AOT เป็น 45 บาท (อิงกับ DCF) ด้วยเหตุที่ราคาหุ้น
ยังถูกในเชิงประเมินมูลค่า ผนวกกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และแนวโน้มธุรกิจในระยะยาว
รวมไปถึงคาดการณ์ราคาหุ้นจะปรับตัวดีกว่าตลาดในช่วงปริมาณผู้โดยสารเติบโตเป็นบวก ทำให้
เราปรับเพิ่มคำแนะนำจากเดิม “ถือ” เป็น “ซื้อ”
ปริมาณผู้โดยสารในปีการเงิน 53 สูงกว่าคาด
หลังจากปริมาณผู้โดยสารร่วงลงกว่า 9%YoY ใน 3QFY53 ก็เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะ
ปกติ ด้วยการปรับเพิ่มกว่า 5.5%YoY ในช่วง 2 เดือนแรกของไตรมาสสุดท้ายของปีการเงิน 53
(ก.ค. – ส.ค. 53) การฟื้นตัวเห็นชัดเจนจากปริมาณผู้โดยสารระหว่างประเทศ ซึ่งเติบโตถึง 12%
YoY ชดเชยปริมาณผู้โดยสารในประเทศที่ลดลง 4.5%YoY ในช่วงเวลาเดียวกัน ด้วยเหตุที่
ปริมาณผู้โดยสารในช่วง 11 เดือนแรกของปีการเงิน 53 เติบโตถึง 15% ดีกว่าคาด ส่งผลให้เรา
ต้องปรับเพิ่มปริมาณผู้โดยสารรวมในปี 53 นี้อีก 1 ล้านราย เป็น 57.3 ล้านราย หรือเพิ่มขึ้น
14%YoY
คาดกำไรเติบโตเท่าตัวในปี 54
แม้เราจะปรับลดประมาณการกำไรในปีการเงิน 54 ลงจากเดิม 4% อันเป็นผลจาก
ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงที่สูงกว่าคาด แต่ประมาณการกำไรใหม่ที่ 3.4 พันล้านบาท ก็ยังเติบ
โตกว่าเท่าตัวจากปีนี้ อิงกับอัตราการเติบโตของปริมาณผู้โดยสาร 6% และผลตอบแทนก็ดีขึ้น
จากการยกเลิกแพ็คเกจช่วยเหลือผู้ประกอบการในช่วงที่มีปัญหาการเมือง ทั้งนี้ AOT อยู่ระหว่าง
เรียกค่าชดเชย 1 พันล้านบาทจากรัฐบาล หากได้รับอนุมัติ กำไรในปีถัดไปจะเติบโต 20% จาก
ประมาณการปัจจุบันเป็น 1.4 พันล้านบาท
การฟื้นตัวของปริมาณผู้โดยสารจะหนุนราคาหุ้น
เราคาดว่า ปริมาณผู้โดยสารของ AOT จะกลับมาเติบโตในอัตราปกติ 6% ในปี 54
และแนวโน้มการเติบโตของกำไรที่สดใส จะเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาหุ้น ข้อมูลในอดีตบ่งชี้ว่า เมื่อ
ใดก็ตามที่ปริมาณผู้โดยสารของ AOT เติบโตเป็นบวก ราคาหุ้นก็มักจะปรับตัวดีกว่าตลาดด้วย
เช่นกัน ในขณะที่ปัจจัยเชิงลบ โดยเฉพาะปัญหาการเมือง ส่งผลผลกระทบต่อราคาหุ้นเพียงแค่
ระยะสั้นเท่านั้น
เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 21/09/10 เวลา 10:10:22
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น