วันอังคารที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.ธนชาต : BAY แนะนำซื้อ โดยมีราคาเป้าหมาย 30 บาท

ข้อมูลโดยรวมที่ได้จากการประชุมค่อนข้างตรงกับมุมมองของเรา
BAY ยังคงให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้ารายย่อย ขณะที่กระบวนการควบรวมที่
จะแล้วเสร็จในเร็วๆ นี้ จะส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงาน และการเงินลดลง
BAY ยังคงเป็น Top Pick ในกลุ่มธนาคารของเรา คงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยมี
ราคาเป้าหมาย 30 บาท/หุ้น

ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน: BAY เข้าร่วมงานเฉพาะช่วงเช้าเท่านั้น โดย
มีการประชุมทั้งหมด 3 กลุ่ม ซึ่งผู้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับธนาคาร คือ
Mr. Bhavudh Vathanakul, Senior Vice President แต่อย่างไรก็ตาม
มีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมการประชุมค่อนข้างดี โดยมีผู้จัดการกองทุน
เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ทั้งหมด 6 ราย
BAY มองตัวเองเป็นธนาคารที่ครบวงจร ด้วยมีกลุ่มลูกค้ารายย่อย
และ SME เป็นกลุ่มหลักขับเคลื่อนการเติบโต เป้าหมายของธนาคาร คือ
การรักษาตำแหน่งอันดับ 1 ในธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์มือสอง (20% ของ
สินเชื่อรวม) และเป็นผู้นำธุรกิจลูกค้ารายย่อยในประเทศไทย จาก
ROE ที่ระดับ 9% ในปัจจุบัน BAY ตั้งเป้าที่จะผลักดัน ROE ของ
ธนาคารให้เพิ่มขึ้นติด 3 อันดับแรกภายในปี 2013F
BAY คาดว่าผลการดำเนินงานงวด 2H10 จะแข็งแกร่งกว่าในช่วง
1H10 ขณะที่ยังคงตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อที่ 8% สำหรับทั้งปีไว้
เหมือนเดิม เทียบกับ 3.2% ในช่วง 1H10 ขณะที่ธนาคารเชื่อมั่นว่า
NIM จะสามารถเติบโตที่ระดับ 5% ได้ การอ่อนตัวลงของ NIM ในช่วง
2Q10 มีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายพิเศษ เนื่องจาก BAY ได้จัดหา
แหล่งเงินระยะยาวเพื่อรองรับความต้องการในช่วงขาขึ้นของอัตรา
ดอกเบี้ย
สินเชื่อ SME และรายย่อย จะเป็นปัจจัยหลักขับเคลื่อนการเติบโต
ของสินเชื่อ ขณะที่การเติบโตของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่จะน้อยลง และ
ธนาคารจะเน้นในเรื่องรายได้ค่าธรรมเนียมมากขึ้น
BAY มองว่าแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นเป็นบวกสำหรับธนาคาร
สินเชื่อส่วนใหญ่ของธนาคาร เป็นสินเชื่อที่มีอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว
ในขณะที่ 60% ของเงินฝาก เป็นเงินฝากที่มีอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่
จากสัดส่วน CASA ในปัจจุบันที่ 40% ธนาคารตั้งเป้าที่จะเพิ่มสัดส่วน
CASA ให้เพิ่มขึ้นเป็น 50% ของเงินทุนรวมในอีก 2-3 ปี ข้างหน้า
สำหรับด้านสินทรัพย์ NPL ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมที่ดี
และธนาคารคาดว่ากระบวนการแก้ไข NPL จะเสร็จสิ้นภายในสิ้นปีหน้า
ดังนั้น credit costs จึงน่าจะมีแนวโน้มลดลงจากระดับปัจจุบันที่
1.97% มาอยู่ที่ระดับปกติที่ 1.4%
กระบวนการควบรวมผ่านมาแล้วครึ่งทาง การรวมศูนย์การเก็บเงิน
เสร็จสมบูรณ์แล้ว ขณะที่ธนาคารกำลังพยายามรวมศูนย์บริการลูกค้า
4 ศูนย์ ให้เป็นหนึ่งเดียวให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ ส่วนงานที่เหลือ คือ
การปรับปรุงศูนย์ข้อมูล โดยการรวมศูนย์ข้อมูล 6 ศูนย์ และแบ่ง
ออกเป็นสองศูนย์ และรวมโครงข่าย IT ทั้งหมดเข้าด้วยกัน เนื่องจาก
ปัจจุบันกระบวนการควบรวมนี้ดำเนินงานแล้วเสร็จไปเพียง 30%
BAY จึงคาดว่ากระบวนการทั้งหมดจะเสร็จสมบูรณ์ได้ภายในช่วง
1Q12 สำหรับปี 2013 เมื่อการควบรวมเสร็จสมบูรณ์ BAY คาดว่าจะ
สามารถทำให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 53% จาก
ปัจจุบันที่ 56% ได้





เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 28/09/10 เวลา 10:08:32

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น