- คาดกำไร 3Q53 อยู่ที่ 2,288 ล้านบาท ลดลง 1.3%qoq และลดลง 18.9%yoy คาด
เป็นจุดต่ำสุดของปี 2553
- กำไร 3Q53 อ่อนตัวจาก Spread และยอดขายที่ลดลง แต่มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
ชดเชย
- แนวโน้มกำไรจะฟื้นตัวชัดเจนตั้งแต่ 4Q53 – 2554 หลังโรงแยกก๊าซฯ6 เริ่มเดิน
เครื่อง
- ปัจจัยบวกสนับสนุนการเติบโตของกำไรปี 54 อยู่ที่กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น Effective
Tax Rate ที่ลดลง คาดกำไรปี 54 เพิ่มขึ้นอีก 50%yoy
- คาดเงินปันผล 2H53 ไม่น้อยกว่า 1.55 บาท ให้ Yield 1.3% และในปี 2554 ไม่น้อย
กว่า 4.5 บาท ให้ Yield 3.8%
- ฐานะการเงินแข็งแกร่งรองรับการขยายตัวต่อเนื่องในอนาคต เราประเมินราคาที่
เหมาะสมไว้ที่ 138 บาท ยังคงแนะนำ ซื้อ
คาดกำไร 3Q53 อยู่ที่ 2,288 ล้านบาท ลดลง 1.3%qoq และลดลง 18.9%yoy จากยอดขาย
และ spread ที่อ่อนตัว
คาดกำไรสุทธิ 3Q53 อยู่ที่ 2,288 ล้านบาท ลดลง 1.3%qoq และลดลง 18.9%yoy
แต่ผลประกอบการรวม 9M53 คาดอยู่ที่ 7,777 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70%yoy และคิดเป็น 73%
ของผลประกอบการปี 2553 ที่เราประเมินไว้ที่ระดับ 10,642 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56%yoy
กำไรสุทธิ 3Q53 ที่อ่อนตัวเนื่องจากบริษัทหยุดซ่อมโรงงาน I4-1 ตามแผน (โดยเลื่อนมากจาก
2Q53) ทำให้ยอดขายลดลง นอกจากนี้ Spread HDPE อ่อนตัวลงในช่วง 3Q53 แต่เริ่มเห็น
การฟื้นตัวในช่วงปลาย ส.ค. – ก.ย. 53 โดยปัจจุบัน (QTD) ส่วนต่างราคา HDPE อยู่ที่ 456
เหรียญต่อตัน ยังลดลง 32%yoy และลดลง 13%qoq สำหรับค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นกว่า 5.4%
(แข็งค่าขึ้นประมาณ 1.8 บาท เมื่อเทียบกับสิ้น 2Q53) คาดจะทำให้บริษัทมีกำไรจากอัตราแลก
เปลี่ยนกว่า 700 - 750 ล้านบาท ช่วยชดเชยส่วนต่างราคา และยอดขายที่ลดลง
แนวโน้มกำไรจะฟื้นตัวชัดเจนตั้งแต่ 4Q53 – 2554 หลังโรงแยกก๊าซฯ 6 เริ่มเดินเครื่อง
คาดแนวโน้มกำไรจะเริ่มเติบโตอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ 4Q53 หลังโครงการโรงแยก
ก๊าซฯ แห่งที่ 6 ของ PTT เริ่มดำเนินการเต็มกำลังซึ่งจะทำให้มีวัตถุดิบก๊าซ Ethane ในการผลิต
เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ในช่วงแรกของการเดินเครื่องโรงแยกฯ 6 ช่วงต้น 4Q53
แม้อาจจะยังไม่สามารถเดินเครื่องได้เต็มกำลัง แต่คาดจะทำให้บริษัทมีกำลังการผลิตที่สูงขึ้นกว่า
ปัจจุบันที่ระดับ 70% และแม้ว่า Spread HDPE จะยังไม่กลับไปในระดับเดียวกับ 1Q53 ที่ผ่าน
มา แต่เรายังเชื่อว่าปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นมีนัยสำคัญจะทำให้กำไร Q453 ไม่น้อยกว่า
3,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับสูงสุดของปีใน 1Q53 ที่ผ่านมา
ปัจจัยบวกสนับสนุนการเติบโตของกำไรปี 54 คาดเติบโตต่อเนื่อง 50%yoy
คาดผลประกอบการปี 2554 เติบโตได้โดดเด่นจาก (1) กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น 36%yoy จาก
การเดินเครื่อง Ethylene Cracker ใหม่ขนาดกำลังการผลิต 1 ล้านตันได้เต็มกำลัง (2) ผล
ประโยชน์ทางด้านภาษี (Tax Benefit) ที่ได้จากโครงการ Ethylene Cracker จะทำให้อัตรา
ภาษี (Effective Tax Rate) ของ PTTCH คาดลดลงเหลือ 12% (จากปี 2552 และ 1H53 ที่
ระดับ 22% และ 17% ตามลำดับ)
(3) ความกังวลต่ออุปทานใหม่ลดลง หลังผ่านช่วงปี 2551 – 2553 ซึ่งมีกำลังการผลิต
ใหม่เข้ามากดดันระดับราคาขายอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เราประเมินผลประกอบการปี 2554 ไว้ที่
15,959 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50%yoy (อิงสมมติฐานส่วนต่างราคา HDPE-Naphtha ที่ระดับ
420 เหรียญต่อตัน ซึ่งเป็นแบบ Conservative)
คาดเงินปันผล 2H53 ไม่น้อยกว่า 1.55 บาท ให้ Yield 1.3% และในปี 2554 ไม่น้อยกว่า 4.5
บาท ให้ Yield 3.8%
เราคาดว่าบริษัทจะจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการครึ่งปีหลังของปี 2553
ในอัตรา 1.55 บาท ให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ที่ระดับ 1.3% และ
ทำให้เราคาดว่าบริษัทจะจ่ายเงินปันผลในปี 2553 รวม 3 บาท ให้ Yield 2.5% ขณะที่การเติบ
โตของผลประกอบการในปี 2554 อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้เราคาดว่าบริษัทจะจ่ายเงินปันผลในปี
2554 ไม่น้อยกว่า 4.5 บาท ให้ Yield 3.8%
ฐานะการเงินแข็งแกร่งรองรับการขยายตัวต่อเนื่องในอนาคต เราประเมินราคาที่เหมาะสมไว้ที่
138 บาท ยังคงแนะนำ ซื้อ
ฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ทำให้เรามองว่า PTTCH ยังมีโอกาสในการขยายธุรกิจ
ได้ต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มกำลังการผลิตในส่วนของต้นน้ำ การขยายกำลังการผลิตในกลุ่ม
ผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ รวมทั้งผลิตภัณฑ์เฉพาะอย่าง (Specialty Product) รวมไปถึงการทำ
M&A เนื่องจากปัจจุบันมีกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง และมีหนี้สินต่อทุนสุทธิอยู่ที่เพียงระดับ 0.33
เท่า (ณ สิ้น 2Q53) โดยโครงการทั้งหมดยังไม่ได้รวมอยู่ในประมาณการ และราคาที่เหมาะสม
ทั้งนี้ เราประเมินราคาที่เหมาะสมไว้ที่ 138 บาท ยังคงแนะนำ ซื้อ สำหรับ PTTCH
เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 21/09/10 เวลา 10:08:11
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น