วันพุธที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : VNG แนะนำ 'ซื้อ' ราคาพื้นฐาน 8.00 บาท

• ราคาหุ้นลงมาสะท้อนผลกระทบจากบาทแข็งไปแล้ว ราคาหุ้น VNG ได้อ่อนตัวลงมา
15% ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเพราะกังวลกับเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ซึ่งเรามองว่าราคาปัจจุบันได้
สะท้อนประเด็นนี้ไปแล้วและเป็นจังหวะซื้อลงทุน
• มีรายได้จากการส่งออกสุทธิ 25-30%...ได้รับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่าบ้างแต่
ไม่รุนแรง VNG มีการส่งออกคิดเป็น 65-70% ของรายได้รวม แต่ก็มีการนำเข้าเคมีภัณฑ์ &
วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ เข้ามาด้วย ทำให้รายได้จากการส่งออกสุทธิจะเท่ากับ 25-30% ของรายได้
รวม ซึ่งเงินบาทที่แข็งค่าทำให้รายได้และกำไรสุทธิในรูปเงินบาทลดลงจากคาดการณ์เดิม โดยจะ
เริ่มเห็นตั้งแต่ 3Q53 เป็นต้นไป
• ปริมาณขาย 3Q52 ยังคงแข็งแกร่ง คำสั่งซื้อทั้ง Particle Board และ MDF
Board เข้ามาในระดับสูง โดยเฉพาะในตลาดจีนและตะวันออกกลาง ด้านราคาขาย Particle
Board ปรับขึ้น 15%QoQ เป็น 150 US$/ตัน ส่วน MDF Board เพิ่มขึ้น 2%QoQ เป็น
225 US$/ตัน เราประมาณการว่ากำไรสุทธิ 3Q53 จะทรงตัวสูงที่ประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่ง
สะท้อนค่าเงินบาท เฉลี่ยใน 3Q53 ที่แข็งค่าขึ้นประมาณ 4%QoQ ไปแล้ว และกำไรสุทธิที่คาด
การณ์ดังกล่าวยังเติบโตก้าวกระโดด 128%YoY (กำไรสุทธิ 3Q52 เท่ากับ 133 ล้านบาท)
• แนวโน้ม 4Q53 ยังไปได้ดี เนื่องจากสต็อก MDF Board ของลูกค้าในตะวันออก
กลางยังต่ำกว่าระดับปกติมาก คือ เพียง 1.5-2.0 เดือนเท่านั้น (ปกติจะอยู่ที่ 4-5 เดือน) และยอด
ส่งออกไปตะวันออกกลางคิดเป็น 60% ของยอดส่งออก MDF Board ทั้งหมดของบริษัท (VNG
ส่งออก MDF Board คิดเป็น 70% ของยอดขายรวมของ MDF Board) นอกจากนั้นอุปสงค์
MDF Board จากจีนยังคงแข็งแกร่งมาก สต็อกของลูกค้าในจีนยังต่ำกว่าระดับปกติเล็กน้อย
โดยอยู่ที่ 2-3 เดือน ซึ่งคิดเป็น 20% ของยอดส่งออก MDF Board ทั้งหมด ด้าน Particle
Board ลูกค้าหลัก คือ เกาหลี ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 3 ของที่บริษัทส่งออกทั้งหมด ยังมีคำสั่งซื้อที่ดีเข้า
มาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นตลาดเวียดนามก็ขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่ง เนื่องจาก
ภาคอสังหาริมทรัพย์กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
• ลงทุนขยายกำลังการผลิตเพื่อการเติบโตในระยะยาว บริษัทมีแผนเพิ่มกำลังการผลิต
Laminated Flooring อีก 4 ล้านตรม.ต่อปี (ปัจจุบันมีอยู่ 2 ล้านตรม.ต่อปี) เพื่อเพิ่มยอดขาย
และช่องทางทางการตลาดให้กับ MDF Board ซึ่งส่วนนี้จะเป็นการผลิตแบบ OEM ให้กับลูกค้า
เพื่อจำหน่ายในประเทศเป็นหลัก ใช้เงินลงทุนไม่มาก 284 ล้านบาท เริ่มเปิดดำเนินการเชิง
พาณิชย์ 4Q54 และจะลงทุนขยายกำลังการผลิต Particle Board อีก 2.4 แสนลบม.ต่อปีหนุน
การเติบโตในปี 55 ใช้เงินลงทุน 1,150 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ใน
1Q-2Q55 หลังการขยายกำลังการผลิตส่วนนี้แล้วเสร็จ VNG จะมีกำลังการผลิต Particle
Board รวม 1.2 ล้านลบม.ต่อปี ส่วนกำลังการผลิต MDF Board เท่ากับ 0.99 ล้านลบม.ต่อปี
ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย และเป็น Top 5 ของโลก
• ยังคงคำแนะนำซื้อ เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 53-54 ลง 7.2% และ 2.5%
เป็น 1.07 พันล้านบาท และ 1.16 พันล้านบาท ตามลำดับ สะท้อนเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมากและ
เร็วใน 2H53 อย่างไรก็ตามกำไรสุทธิปี 53 ยังขยายตัวก้าวกระโดดจาก 123 ล้านบาทในปี 52
และเติบโตต่อ 8.6% ในปี 54 สำหรับราคาพื้นฐานปรับลดลงเป็น 8.00 บาท (เดิม 8.20 บาท)
โดยอิงกับ P/E ปี 54 ที่ 9.0 เท่า แต่ยังมี Upside จากราคาปิดวานนี้ถึง 22% และคาดการณ์
Dividend Yield ปี 53-54 เท่ากับ 5% และ 5.4% ตามลำดับ จึงคงคำแนะนำซื้อ



เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 15/09/10 เวลา 14:20:20

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น