โรงถลุง เหล็กยังใช้เวลาในการเรียนรู้ และ มีปัญหาต้นทุนแร่เหล็ก ถ่านโค้กแพง จะยังกดดัน
กำไรอีกสองไตรมาส
โรงถลุงเหล็กยังใช้เวลาในการปรับ ตัว รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบแพง คาดจะทำให้ผลประกอบ
การยังน่าผิดหวังต่ออีกสองไตรมาส สถานการณ์ความต้องการเหล็กเส้นปัจจุบันยังซบเซา ราคายัง
ไม่ปรับขึ้น แต่แนวโน้มปีหน้าคาดจะดีขึ้น คงคำแนะนำ ถือ แต่ปรับราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 2.2
บาท บนฐานปีหน้า
โรงถลุงเหล็กยังใช้เวลาในการปรับตัว รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบแพง
บมจ. ทาทา สตีล (ประเทศไทย) (TSTH) ยังมีปัญหาโรงถลุงเหล็กขนาดย่อม คือ
ประการแรก เรื่องเทคนิค ยังอยู่ในช่วงการเรียนรู้ และ ยังต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญจากจีนและ
อินเดีย ช่วยแก้ปัญหาข้อขัดข้องทางเทคนิค ทำให้มีการผลิตเพียง 1,000 ตัน/วัน เทียบกับกำลัง
การผลิต 1,500 ตัน/วัน ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงกว่าปกติ ประการที่สอง ต้นทุนสินแร่เหล็ก และ
ถ่านโค้ก ของ TSTH ในปัจจุบันยังเป็นราคาที่สูง คือ สินแร่เหล็กสูงถึง 160-170 เหรียญ/ตัน
และ ถ่านโค้ก 450-460 เหรียญ/ตัน และสินแร่เหล็กใหม่ที่สั่งล่วงหน้าจะเข้ามาในเดือน พ.ย. จะ
ยังมีต้นทุนที่สูงถึง 145 เหรียญ/ตัน ซึ่งล่าสุดข้อตกลงสินแร่เหล็กใหม่ระหว่าง Rio Tinto เหมือง
สินแร่เหล็กรายใหญ่ในออสเตรเลีย กับบริษัทผู้ผลิตเหล็กในญี่ปุ่น ประจำไตรมาสสี่ มีราคาที่ปรับ
ลดลงเหลือ 127 เหรียญ/ตัน จาก 147 เหรียญ/ตัน ในไตรมาสก่อน ดังนั้น หากราคาเหล็กเส้นใน
ประเทศยังปรับขึ้นไม่เพียงพอจะทำให้ผลประกอบการของ TSTH จะยังน่าผิดหวังอีกสองไตรมาส
ความต้องการยังซบเซาและราคายังไม่ปรับขึ้น แต่แนวโน้มปีหน้าคาดจะดีขึ้น
สถานการณ์เหล็กเส้นในประเทศปัจจุบันยังค่อนข้างซบ เซา ทำให้มีปริมาณขายใน
ประเทศประมาณ 9 หมื่นตันเศษๆ จึงพยายามผลักดันส่งออกประมาณ 1 หมื่นตัน เพื่อให้ยอดขาย
ได้ประมาณ 1 แสนตันเศษ ด้านราคาขายในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 20,100-20,500 บาท/ตัน ลด
ลงจากไตรมาสก่อนที่มีราคาเฉลี่ย 20,900 บาท/ตัน อย่างไรก็ตามจากการที่รัฐบาลมีการลงทุน
ในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆอย่างต่อ เนื่อง ภาคเอกชน มีการขยายการลงทุน ซึ่งจะทำให้ความต้อง
การเหล็กในปีหน้าปรับตัวดีขึ้น ดังนั้น เราจึงประเมินผลประกอบการของ TSTH ในปีหน้า (เม.ย.
2554 – มี.ค. 2555) จะปรับตัวดีขึ้น
คงคำแนะนำ ถือ ปรับราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 2.2 บาท บนฐานปีหน้า
เรายังมองหุ้น TSTH เป็นหุ้นที่มีศักยภาพในระยะยาว จากเป็นผู้ผลิตเหล็กเส้นรายใหญ่
สุดของประเทศ มีทั้งเตาหลอม และ โรงถลุงเหล็กขนาดย่อม และ ปีหน้าคาดจะฟื้นตัวดีขึ้น อย่าง
ไรก็ตามผลประกอบการจะยังน่าผิดหวังอีกสองไตรมาส จากปัญหาโรงถลุงขนาดย่อม ยังอยู่ในช่วง
การปรับปรุงการผลิต และ ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงกว่าปกติ ดังนั้นรวมแล้วเราคงคำแนะนำ ถือ เราได้
เปลี่ยนวิธีประเมินราคาเหมาะสมบนฐานเท่ากับมูลค่าตามบัญชีปีหน้าเท่า กับ 2.2 บาท
เพิ่มจากเดิม 1.8 บาท
เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 16/09/10 เวลา 8:31:37
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น