Spread margin ของพาราไซลีนพุ่งขึ้นมาอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 14 เดือน เป็นบวกกับผล
ประกอบการไตรมาส 4/53
เราแนะนำ ซื้อ PTTAR โดยมีราคาเป้าหมาย 31.50 บาท โดยเราเห็นว่าราคาหุ้นยัง
ไม่สะท้อนราคาพาราไซลีนที่ปรับตัวสูงขึ้นมาจนทำให้ spread margin ของพาราไซลีนพุ่งกลับ
มาอยู่ที่ 388 เหรียญ/ตัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 14 เดือน (ราคา PTTAR สูงสุด 30 บาทใน
รอบ 14 เดือน) นอกจากนั้นแล้วราคาหุ้นยังคง laggard หุ้นในกลุ่มพลังงานอยู่มากโดยปรับขึ้น
เพียง 5% ในขณะที่กลุ่มพลังงานปรับขึ้น 14% ในปีนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ผลประกอบการ
ไตรมาส 2/53 ออกมาขาดทุน แต่เราเชื่อว่าผลประกอบการได้ผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาสนั้นไปแล้ว
ราคายังไม่สะท้อน spread margin ที่พุ่งขึ้นเป็นโอกาสซื้อที่ดี
ราคาพาราไซลีน (bloomberg) ล่าสุดปรับตัวสูงขึ้น 6% wow (18% mom) เป็น 1,070
เหรียญ/ตัน จากความต้องการที่แข็งแกร่งของผลิตภัณฑ์ PTA และ supply ที่ตึงตัว ในขณะที่
ราคาวัตถุดิบปรับลดลง 1% wow ส่งผลให้ spread margin ของพาราไซลีน (Px - naphtha)
ปรับตัวเพิ่มขึ้นมา 20% wow (+64% mom) เป็น 388 เหรียญ/ตัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ
14 เดือนนับตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม 2552 ในขณะที่ราคาเบนซีนในสัปดาห์ที่ผ่านมามีราคา
ทรงตัวที่ 870 เหรียญ/ตัน (+6% mom) แต่ spread margin ปรับเพิ่มขึ้น 2% wow (+23%
mom) เป็น 188 เหรียญ/ตัน เราคาดว่าราคาพาราไซลีนและ spread margin มีโอกาสฟื้นตัวต่อ
ในไตรมาส 4/53 ตามความต้องการที่แข็งแกร่งในช่วงนี้ บวกกับ supply ใหม่จาก Urumqi (ซา
อุดิอาระเบีย) กำลังการผลิต 1 ล้านตันที่เลื่อนออกไปจากไตรมาส 3 ปีนี้เป็นไตรมาส 3/54 ก็จะ
ช่วยหนุน spread margin ให้ฟื้นตัวได้แข็งแกร่งในไตรมาส 4/53 นอกจากนั้นแล้วราคาฝ้าย
(cotton) ที่ปรับตัวขึ้นสูงสุดในรอบ 15 ปีก็ช่วยหนุนให้ราคา polyester ปรับเพิ่มขึ้นส่งผลบวกไป
ถึงราคาพาราไซลีนด้วย เราเห็นว่าราคาราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นเพียง 10% ยังไม่สะท้อนราคาพาราไซลี
นที่พุ่งขึ้น 18% และ spread margin ที่เพิ่มขึ้น 64% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาเป็นโอกาสใน
การซื้อที่ดี
แนวโน้มกำไรไตรมาส 3/53 จะไม่ขาดทุนและดีขึ้นกว่าไตรมาสก่อนมาก
เราประเมินในเบื้องต้นว่าผลการดำเนินงานปกติไตรมาส 3/53 จะฟื้นตัวดีขึ้นจาก
ไตรมาสก่อนที่มีผลขาดทุน 516 ล้านบาท หรือ 0.17 บาท/หุ้น จากปริมาณการจำหน่ายผลิตภัณฑ์
อะโรเมติกส์ที่กลับมาเป็นปกติหลัง AR2 กลับมาเดินเครื่องปกติหลังหยุดซ่อมบำรุงไป 30 วันใน
ไตรมาส 2/53, ค่าการกลั่นสิงคโปร์ที่ฟื้นตัวดีขึ้นเป็นเฉลี่ย 4.20 เหรียญ/บาร์เรลดีขึ้นจาก 4.1
เหรียญ/บาร์เรลในไตรมาสก่อน, การกลับรายการผลขาดทุนจาก LCM จำนวน 1,034 ล้านบาท
และผลกระทบจากสต๊อกน้ำมันที่คาดว่าจะมีไม่มากหลังจากราคาน้ำมันดิบปัจจุบัน อยู่ที่ 76
เหรียญ/บาร์เรลใกล้เคียงกับราคาปิดในไตรมาสก่อน แม้ spread margin ของอะโรเมติกส์ที่
ชะลอตัวลงจะฉุดผลประกอบการไปบ้างก็ตาม โดย spread margin ของพาราไซลีนเฉลี่ย
ไตรมาส 3/53 ถึงปัจจุบันลดลง 19% qoq เป็น 262 เหรียญ/ตัน และ spread margin ของ
เบนซีนก็ลดลง 31% qoq เป็น 166 เหรียญ/ตัน โดยเป็นผลมาจากโรงงานต่างๆ ที่ทยอยหยุด
ซ่อมบำรุงไปในไตรมาส 2 ได้กลับมาเดินเครื่องอีกครั้งทำให้ supply กลับเข้ามาในตลาดมาก
อย่างไรก็ตามเราคาดว่าบริษัทจะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 1 พันล้านบาท จากค่าเงิน
บาทที่แข็งค่าขึ้นมากมาช่วยหนุนผลกำไรไตรมาสนี้ เบื้องต้นเราประเมินผลกำไรไตรมาสนี้จะมี
กำไรสุทธิไม่ต่ำกว่า 1.2 พันล้านบาท
ราคาหุ้นยัง laggard หุ้นในกลุ่มมาก แนะนำ ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมาย 31.50 บาท
ราคา หุ้นปรับตัวช้ากว่ากลุ่มพลังงานและตลาดฯ (laggard) มากโดยปรับตัวเพิ่มขึ้นในปี
นี้เพียง 5% ในขณะที่กลุ่มพลังงานปรับตัวเพิ่มขึ้น 14% และตลาดฯ ปรับเพิ่มขึ้น 31% เราเชื่อ
ว่าราคาหุ้นปัจจุบันยังไม่สะท้อนกับแนวโน้มอันสดใสในไตรมาส 4/53 ตามราคาอะโรเมติกส์และ
spread margin ที่พุ่งขึ้นมาในช่วงนี้ ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายอยู่ที่ PER ปี 2554 เพียง 9.1
เท่า (เทียบกับกลุ่มพลังงานที่ PER 13 เท่าและตลาดฯ ที่ PER 14.9 เท่า), อัตราเงินปันผล
ตอบแทน 3% และมี upside อยู่ 21% จากราคาที่เหมาะสมของเราที่ 31.50 บาท เราคงคำ
แนะนำ ซื้อ สำหรับ PTTAR
เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 29/09/10 เวลา 8:54:25
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น