ได้แรงหนุนจากเส้นทางรถไฟฟ้าสายใหม่
เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” BTS แต่ปรับลดมูลค่าพื้นฐานปี 53/54 ตามวิธี SOTP ลง
เล็กน้อยเหลือ 1.02 บาท เพื่อให้สะท้อนผลขาดทุนที่มากกว่าคาดจากธุรกิจที่ไม่เกี่ยวเนื่องกับ
การให้บริการขนส่งมวลชน การเปิดให้บริการเส้นทางรถไฟฟ้าสายใหม่นับจากปีนี้ไป จะเป็นปัจจัย
สำคัญที่จะหนุนการเติบโตของปริมาณผู้โดยสารของ BTS ซึ่งจะเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัท
ปริมาณผู้โดยสารปรับตัวดีขึ้นอย่างรวดเร็วหลังการเมืองคลี่คลาย
ปริมาณผู้โดยสารของ BTS ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากปัญหาความวุ่นวายทาง
การเมืองในประเทศ โดยปรับตัวลงถึง 16%YoY ใน 1Q53/54 ก่อนจะกลับมาปรับตัวดีขึ้นอย่าง
เห็นได้ชัดในเดือน มิ.ย. เป็นเฉลี่ย 446,791 เที่ยว/วัน บ่งชี้ว่าธุรกิจกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ดัง
นั้น ประมาณการปริมาณผู้โดยสารของเราทั้งปีที่ 430,837 เที่ยว/วัน เติบโต 9%YoY ยังมีความ
เป็นไปได้ นอกจากบริการในเส้นทางของ BTS จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว เรายังเห็นว่า การเปิด
ให้บริการเส้นทางรถไฟฟ้าสายใหม่เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะช่วยผลักดันการเติบโตของปริมาณผู้
โดยสารในปีนี้ด้วย
ได้ประโยชน์จากการเปิดให้บริการของ ARL และ BRT
เราเห็นว่า BTS ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการเปิดให้บริการเส้นทางรถไฟฟ้าไปยัง
สนามบินสุวรรณภูมิ (ARL) และเส้นทางรถเมล์ด่วน (BRT) ที่จะช่วยดึงผู้โดยสารมาใช้ BTS
ตามจุดเชื่อมต่างๆ อย่างเช่นเส้นทาง ARL ปริมาณผู้โดยสารเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่
จากนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศจากสนามบินสุวรรณภูมิ (ประมาณ 45 ล้านคน/ปี) แต่ยัง
คราคร่ำไปด้วยผู้โดยสารที่พักอาศัยตลอดเส้นทางด้วย ปัจจุบัน ARL ลำเลียงผู้โดยสารได้
ประมาณ 36,000 เที่ยว/วัน ในขณะที่ปริมาณผู้โดยสารของ BRT ยู่ที่ 20,000 คน/วันทำงาน
คาดจ่ายปันผลได้หลังล้างขาดทุนสะสมด้วยการลดพาร์
ตามคาด BTS ประกาศลดพาร์จาก 1 บาท เหลือ 0.64 บาท ส่งผลให้ทุนลดลงราว
2.01 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะนำไปใช้ล้างส่วนลดมูลค่าหุ้น และขาดทุนสะสม นอกจากนี้ ผู้บริหารยัง
แสดงความตั้งใจที่จะจ่ายปันผลระหว่างกาล หลังประกาศงบการเงินกลางปีด้วย
เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 24/09/10 เวลา 9:52:53
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น