TOP ยัง Underperform พร้อมที่จะปรับตัวขึ้นได ้ และปลอดภัยในระยะ 2 เดือนข้าง
หน้า เพราะตามวัฎจักรของธุรกิจโรงกลั่น ส่วนใหญ่ 70% จะพบจุดต่ำสุดในเดือน พ.ย. และอีก
ครั้งคือราว ก.พ. แต่ในปีนี้ที่ตลาดหุ้นขึ้นจนชน PER ราว 12.5 เท่าแล้วแต่ TOP ยังมี PER ปี
2554 ต่ำกว่า 10 เท่า เราคาดการณ์ปี 2554 กำไรสุทธิต่อหุ้นอยู่ราว 6.58 บาท เราต้องยก
ระดับ PER ของกลุ่มโรงกลั่นขึ้นจาก 8 เท่าไป 10 เท่า จึงปรับเป้าหมายใหม่ขึ้นจาก 52 เท่า
เป็น 65 บาท เหตุผลซื้อ TOP คือ 1.เราเชื่อค่าการกลั่น Bottom Out ประมาณ ต.ค.-พ.ย.ปกติ
ค่าการกลั่น Bottom ไปแล้วสองเดือนเริ่มซื้อหุ้นได้ แต่คราวนี้ความอยากซื้ออาจเกิดก่อนการ
bottom 2.Replacement Cost ของ TOP เท่ากับ 68 บาท แสดงถึงราคาหุ้น Undervalued
3.คาดราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยปี 2554 สูงขึ้น 10% YoY
คาดกำไรไตรมาส 3/53 เบื้องต้นราว 1,500 ล้านบาท: เราคาดว่าค่าการกลั่น QTD ที่
ปรับตัวสูงขึ้น และธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นที่ความต้องการใช้เติบโตเพิ่มขึ้นตามอุตสาหกรรมรถยนต์
จะส่งผลบวกต่อกำไรของ TOP ในไตรมาสนี้ คาดว่ามีกำไรอัตราแลกเปลี่ยนจากการเป็น
Natural Hedge มาเข้ามาชดเชยผลกระทบค่าเงินบาทแข็งประมาณ 400 ล้านบาท
คาดราคาน้ำมันดิบปี 2554 เป็นขาขึ้น: เราคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยปี 2554 เท่า
กับ 85 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล เพิ่ม 10% YoY จากปี 2553 ที่ 77 เหรียญฯ นอกจากดีมานด์
เติบโตดีอย่างต่อเนื่องแล้ว ซัพพลายอาจเริ่มขาดแคลน นับจากมีเรื่อง BP คาดว่าอาจจะมี
การโค้ดราคาค่าขุดเจาะสำรวจน้ำมันเพิ่มจากระดับปัจจุบัน 65 เหรียญฯ เป็นแน่ นอกจากนี้ เงิน
เหรียญสหรัฐฯ อ่อนค่ากลับยิ่งเร่งสนับสนุนให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น
ค่าการกลั่นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามฤดูกาลในไตรมาส 4 ของทุกปี:เราเชื่อว่าค่าการกลั่น
รวมเฉลี่ยไตรมาส 3/53 QTD อยู่ที่ราว 2.3-2.4 เหรียญฯต่อบาร์เรล โดยปรับตัวสูงขึ้นกว่า
ไตรมาส 2/53 ที่ 1.56 เหรียญฯต่อบาร์เรล คาดว่าจะเห็นการ Bottom ประจำปีของค่าการ
กลั่นราวเดือน ต.ค.-พ.ย.โดยคาดค่าการกลั่นจะรีบาวด์กลับขึ้นอีกครั้งตามฤดูกาลหลังจากโรงกลั่น
ที่ประสิทธิภาพต่ำในต่างประเทศเริ่มลดกำลังการผลิต และการซื้อของกลุ่มประเทศในทวีปยุโรป
เพื่อเตรียมเข้าฤดูหนาว เราคาดค่าการกลั่นจะกลับมาทรงตัวในระดับใกล้เคียง 4 เหรียญฯ ได้อีก
ในไตรมาส 4/53
คาดสเปรดพาราไซลีนพ้นจุดต่ำสุดมาแล้ว: สเปรด QTD อยู่ที่ 225 เหรียญฯต่อตัน
ลดลงจากไตรมาส 2/53 ที่ 261 เหรียญฯต่อตัน สเปรดพาราไซลีนเริ่มปรับตัวขึ้นจากจุดต่ำสุดใน
ไตรมาสนี้ โดยได้ตัวช่วยจากการเลื่อน Start-up ของโรงงาน Urumqi ประเทศจีน เราคาดสเปร
ด 3/53 ที่ 250 เหรียญฯต่อตัน ประกอบกับในปี 2554 จะมีกำลังการผลิตใหม่ของ PTA เข้ามา
ต้นไตรมาส 3/54 เป็นการสร้างความต้องการใช้ให้กับพาราไซลีน
Replacement Cost ที่ 68 บาท: จากราคาอ้างอิงค่าก่อสร้างโรงกลั่นที่มีต้นทุน
ประมาณ 15,000 เหรียญฯต่อบาร์เรล ทำให้เมื่อรวมกิจการในเครือทั้งหมดของ TOP แล้ว เรา
สามารถคำนวน Replacement Cost ของ TOP ได้ที่ประมาณ 68 บาทต่อหุ้น
ปรับมูลค่าเหมาะสมจาก 52 บาทเป็น 65 บาท: เป้าหมายใหม่เรากลับมาอิงค่า PER
ปี 2554 ที่ 10 เท่า เพื่อสะท้อนวัฎจักรการเริ่มฟื้นตัวของค่าการกลั่น และยังถือว่าต่ำกว่าค่า
PER ของหลายอุตสาหกรรมในตลาดโลก อีกทั้งเชื่อมั่นต่อกระแสเงินสดในบริษัทนี้ยังสูง
เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 30/09/10 เวลา 10:10:43
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น