คาดผลประกอบการไตรมาส 3/53 ของ BAY มีกำไรสุทธิ 2,299 ล้านบาท เพิ่ม
ขึ้น 7.9%QoQ เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลเพิ่มขึ้นจากการปรับเพิ่มอัตรา
ดอกเบี้ยเงินกู้ และได้รับเงินปันผลจากกองทุนวายุภักษ์ เพิ่มขึ้น 5.4%YoY เนื่องจาก
ทั้งรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผล และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นมากจากกการ
เข้าซื้อกิจการ การเข้าซื้อกิจการในปีก่อนจะเริ่มส่งผลดีต่อ BAY อย่างเต็มที่ในปีนี้ ทำ
ให้เราคาดว่า BAY จะมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 9,852 ล้านบาท และคาดมีการจ่ายปัน
ผลเพิ่มสูงขึ้น ให้ราคาเหมาะสม 29.10 บาท ยังคงแนะนำ “ซื้อ”
คาดผลประกอบการไตรมาส 3/53 ของ BAY มีกำไรสุทธิ 2,299 ล้านบาท เพิ่มขึ้น
7.9%QoQ เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลเพิ่มขึ้นจากการปรับเพิ่มอัตรา
ดอกเบี้ยเงินกู้ และได้รับเงินปันผลจากกองทุนวายุภักษ์ เพิ่มขึ้น 5.4%YoY เนื่องจาก
ทั้งรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผล และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นมากจากกการ
เข้าซื้อกิจการ
คาดผลประกอบการไตรมาส 3/53 ของ BAY มีกำไรสุทธิ 2,299 ล้านบาท
เพิ่มขึ้น 7.9%QoQ เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลเพิ่มขึ้นจากการปรับเพิ่ม
อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ และได้รับเงินปันผลจากกองทุนวายุภักษ์ และรายได้ดอกเบี้ย
และเงินปันผลเพิ่มขึ้น และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยก็เพิ่มขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังคาดว่า
จะเพิ่มขึ้น 5.4%YoY โดยการที่สินเชื่อเพิ่มสูงขึ้นมากจากการเข้าซื้อกิจการของ AIG
และ GEMT ในปลายปีก่อน ทำให้คาดว่ารายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลจะเพิ่มขึ้น
28.4%YoY ในขณะที่การเพิ่มขึ้นของเงินฝากก็ทำให้เราคาดว่าค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยจะ
เพิ่มขึ้นด้วย 17.3%YoY เราคาดว่าในไตรมาสนี้ BAY จะยังคงมีการตั้งสำรองจำนวน
มากต่อไป เพื่อสำรองไว้สำหรับการขาย NPL ออกไปในช่วงปลายปี ทางด้านรายได้
ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเราก็คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 18.8%YoY เนื่องจากรายได้ที่ได้รับเพิ่มขึ้น
จากการเข้าซื้อกิจการ ทางด้านค่าใช้จ่ายเราคาดว่าจะเพิ่มขึ้นมาก เนื่องจากค่าใช้จ่าย
ที่เพิ่มขึ้นจากการเข้าซื้อกิจการ ค่าใช้จ่ายในการควบรวม นอกจากนี้แล้วในไตรมาสนี้
BAY ยังมีค่าใช้จ่ายจากโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดด้วย
คาดว่า BAY จะปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในไตรมาสนี้เป็น 3.5% ห่างจากเป้า
8% ค่อนข้างมาก แต่ BAY ยังไม่มีการปรับเป้าลงแต่อย่างใด
ในช่วงไตรมาส 2/53 มีบางเดือนที่สินเชื่อของ BAY นั้นมีการหดตัวลง เนื่อง
จากการชำระสินเชื่อของลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ก็เพิ่มขึ้นได้ในช่วงปลายไตรมาส
ส่วนไตรมาส 3/53 เราคาดว่าสินเชื่อของ BAY จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 3.5% ยังห่าง
จากเป้าที่ BAY ตั้งไว้ว่าจะปล่อยสินเชื่อเพิ่มในปี 2553 8% ค่อนข้างมาก แต่ BAY ก็
ยังไม่มีการปรับเป้าการปล่อยสินเชื่อในปีนี้แต่อย่างใด
BAY มีการขาย NPL ออกไปในเดือน ก.ค. 5.3 พันล้านบาท และการที่สินเชื่อ
เพิ่มขึ้น รวมถึงไม่มี NPL ใหม่ ทำให้ไตรมาส 3/53 คาดว่า NPL ของ BAY จะลดต่ำลง
กว่า 7.1%
ในเดือน ก.ค. BAY มีการขาย NPL ออกไปจำนวน 5.3 พันล้านบาท และการ
เพิ่มขึ้นของสินเชื่อ รวมถึงการที่เราคาดว่า BAY จะไม่มี NPL ใหม่เพิ่มขึ้นมากนัก
จะส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาส 3/53 BAY จะมี NPL ลดลงจากสิ้นไตรมาส 2/53 ที่มี NPL
อยู่ 7.1% ของสินเชื่อรวม
คาด BAY มีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเป็น 4.82% เนื่องจากสินเชื่อเพิ่มขึ้น ได้รับ
เงินปันผลจากกองทุนวายุภักษ์ และการปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้
เราคาดว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของ BAY ในไตรมาส 3/53 จะเพิ่มขึ้นเป็น
4.82% จากไตรมาสก่อนที่มีอยู่ 4.8% เนื่องจากสินเชื่อที่เพิ่มสูงขึ้น การได้รับเงินปัน
ผลจากกองทุนวายุภักษ์ และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในช่วงที่ผ่านมา
ไตรมาสนี้ BAY จะมีการตั้งสำรองจำนวนมากต่อไป เพื่อสำรองไว้สำหรับการขาย
NPL ออกไปอีกในช่วงปลายปี
เราคาดว่า BAY นั้นจะยังคงมีการตั้งสำรองในระดับสูงต่อไปในไตรมาสนี้
โดยเราคาดว่าจะมีการตั้ง 3 พันล้านบาท เพื่อสำรองไว้สำหรับการขาย NPL ออกไป
อีกในช่วงปลายปี โดย BAY นั้นมีการตั้งเป้าที่จะขาย NPL ออกไปในปีนี้ 8 พันล้าน
บาท หลังจากมีการขายไปแล้ว 5.3 พันล้านบาทในช่วงเดือน ก.ค.
การเข้าซื้อกิจการในปีก่อนจะเริ่มส่งผลดีต่อ BAY อย่างเต็มที่ในปีนี้ ทำให้เราคาดว่า
BAY จะมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 9,852 ล้านบาท และคาดมีการจ่ายปันผลเพิ่มสูงขึ้น
ให้ราคาเหมาะสม 29.10 บาท ยังคงแนะนำ “ซื้อ”
เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2553 ของ BAY ไว้ที่ 9,852 ล้านบาท
โดยผลจากการเข้าซื้อกิจการในปีก่อนจะเริ่มส่งผลดีต่อ BAY อย่างเต็มที่ในปีนี้ ซึ่ง
จะทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้น และคาดว่าจะทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากปี
ก่อนถึง 47.9%YoY นอกจากนี้แล้วเราคาดว่าจะทำให้เงินปันผลนั้นเพิ่มสูงขึ้น โดยเรา
คาดว่า BAY จะมีการจ่ายปันผลจากผลประกอบการปี 2553 จำนวน 0.50 บาท/หุ้น
คิดเป็น Div. yield 2.02% หลังจากมีการจ่ายปันผลระหว่างกาลไปแล้ว 0.22 บาท/หุ้น
เหลือเงินปันผลครึ่งปีหลังอีก 0.28 บาท/หุ้น ให้ราคาเหมาะสม 29.10 บาท ยังคง
แนะนำ “ซื้อ”
เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 30/09/10 เวลา 9:39:01
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น