• คาดยอดขาย 2H53 แข็งแกร่ง เพราะ 1) มีงานที่ส่งมอบล่าช้าใน 2Q53
เพราะปัญหาการเมืองรุนแรงเลื่อนมาส่งมอบใน 3Q-4Q53, 2) มีการจัดงาน Annual
Sales ซึ่งทำรายได้จากงานนี้ประมาณ 100+ ล้านบาทต่อปีมาอย่างต่อเนื่อง และ 3)
มีมูลค่างานในมือ (Backlog) สูงถึง 1 พันล้านบาท ซึ่งจะมีการส่งมอบใน 2H53-ปี 54
ทั้งนี้ยอดขายเฟอร์นิเจอร์ที่พักอาศัยในปี 53 มีการขยายตัวโดดเด่นมาก เพราะมีการ
ซื้อ & โอนที่พักอาศัยกันมาก ประกอบกับผู้ประกอบการมีการใช้เคมเปญ Fully
Furnish มากขึ้นด้วย ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ชุดครัวของ MODERN ได้รับการยอมรับและ
ความนิยมจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์และผู้บริโภคสูงมาก คาดว่ามูลค่าชุดครัว
ที่จะส่งมอบใน 2H53 จะเป็น 2 เท่าของที่ส่งมอบไปใน 1H53 ปัจจุบัน MODERN มี
ส่วนแบ่งการตลาดของชุดครัวสูงถึง 25% โดยลูกค้าโครงการที่ซื้อเฟอร์นิเจอร์ที่พัก
อาศัยหลักๆ ได้แก่ SIRI, AP, PF, LH, PRIN, SPALI, Narai Property, BLAND เป็น
ต้น
• คาดธุรกิจเฟอร์นิเจอร์สำนักงานจะขยายตัวดีขึ้นในปี 54 เนื่องจากการลง
ทุนภาครัฐและเอกชนที่ฟื้นตัวและเติบโตสูงในปี 53 ผลักดันให้อุปสงค์เฟอร์นิเจอร์
สำนักงานจะเพิ่มขึ้นตามมา ซึ่งบริษัทมีลูกค้าหลักที่ซื้อเฟอร์นิเจอร์หมวดนี้อยู่หลาย
ราย เช่น บริษัทในกลุ่ม PTT, ธนาคารไทยพาณิชย์, AIA, กองทุนบำเหน็จบำนาญข้า
ราชการ, มหาวิทยาลัย & โรงเรียน (สาธิตจุฬาฯ, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยมหิดล, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์), ธนาคาร
ทิสโก้, เนชั่นกรุ๊ป, โรงแรมดุสิตธานี, โรงพยาบาล เป็นต้น ปัจจุบัน MODERN มีส่วน
แบ่งการตลาดในธุรกิจเฟอร์นิเจอร์สำนักงานสูงถึง 30%
• ธุรกิจ Trading เป็นหนึ่งใน Key Growth ของ MODERN ปัจจุบันธุรกิจนี้
คิดเป็น 25% ของยอดขายรวม และบริษัทมีนโยบายที่จะขยายธุรกิจมากขึ้นเพื่อขยาย
ฐานรายได้, ฐานลูกค้า และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ ทั้งนี้ใน 2H53 จะเปิดตัวสินค้าใหม่
2 รายการ คือ 1) พื้นไม้เอ็นจิเนียริ่ง (ด้านบนเป็นพื้นไม้จริงคุณภาพสูง 3 มม. ด้านล่าง
เป็นไม้จริงเบญจพรรณ) โดยตั้งเป้ายอดขาย 100 ล้านบาทใน 3 ปีข้างหน้า และ 2)
ร่วมกับเครือซีเมนต์ไทย (SCG) จำหน่ายแผ่นกันเสียงสะท้อนของซีเมนต์ ซึ่ง
MODERN จะเน้นทำการตลาดตบแต่ง ขณะที่ SCG ทำตลาดก่อสร้าง
• จะบันทึกกำไรจากการขายหุ้นในบริษัทร่วมก่อนภาษี 68.6 ล้านบาทใน
4Q53 บริษัทได้ตกลงขายหุ้นที่ถือ 30% (ราว 6 ล้านหุ้น) ในบริษัทอินเตอร์
เฟซโมเดอร์นฟอร์ม (IMC) ให้กับผู้ถือหุ้นใหญ่ คือ อินเตอร์เฟซโอเวอร์ซีส์ โฮลดิ้งส์
อิงค์ ในราคาหุ้นละ 21.43 บาท และจะบันทึกกำไรจากการขายก่อนภาษี 68.6 ล้าน
บาทในเดือนพ.ย.53 ทั้งนี้ก่อนการขาย MODERN ได้รับเงินปันผลจาก IMC แล้ว
236.7 ล้านบาทในเดือนก.ค.53 ซึ่งส่วนนี้ไม่บันทึกผ่านงบกำไรขาดทุน โดยจะโอน
เข้าในส่วนของส่วนของผู้ถือหุ้นเลย และแม้ว่าบริษัทจะขายหุ้น IMC ทั้งหมดคืนให้
กับผู้ถือหุ้นใหญ่เพราะอินเตอร์เฟซฯ ตั้งโรงงานผลิตพรมแผ่นใหม่ที่ประเทศจีน แต่
MODERN ยังเป็นตัวแทนจำหน่ายพรมแผ่นรายเดียวของอินเตอร์เฟซฯ ไปอีก 5 ปี
(ต่ออายุได้เมื่อหมดสัญญารอบนี้)
• คาดการณ์กำไรสุทธิปี 53 เติบโตก้าวกระโดด 34%YoY เป็น 400 ล้าน
บาท โดยเป็นกำไรจากการดำเนินงานปกติ 331 ล้านบาท ซึ่งขยายตัว 10%YoY และ
มีกำไรจากการขายหุ้นในบริษัทร่วม 69 ล้านบาท สำหรับปี 54 คาดการณ์กำไรสุทธิ
จากการดำเนินงานปกติ 402 ล้านบาท ขยายตัว 21%YoY โดยหลักมาจากยอดขาย
ในธุรกิจเฟอร์นิเจอร์สำนักงานที่เติบโตเพิ่มขึ้นขณะที่ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ที่พักอาศัย
และ Trading ยังไปได้ดี
• ยังคงคำแนะนำซื้อ โดยปรับเพิ่มราคาตามพื้นฐานขึ้นเป็น 59 บาท (Sum-
of-parts) โดยขยับ P/E เป้าหมายของ MODERN ให้เป็นปี 54 และปรับมูลค่าตลาด
ของบริษัทร่วม คือ TPAC และ MFEC ซึ่งราคาเป้าหมายใหม่จะเทียบเท่ากับ
P/E ปี 54 ที่ 9.0 เท่า คาดการณ์ Dividend Yield ปี 53-54 ไว้ที่ 4.6 บาท/ปี (คิดจาก
จำนวนหุ้นเรียกชำระแล้วสุทธิจากการซื้อหุ้นคืน) หรือคิดเป็น Dividend Yield 9% ต่อ
ปี (จ่ายปีละ 2 ครั้ง)
เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 28/09/10 เวลา 12:04:44
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น