วันศุกร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.ฟิลลิป : IVL ราคาพื้นฐานปี 54 ที่ 37 บาท แนะนำ “ซื้อ”

คาด 3Q53 กำไรปกติเติบโต 157.2%YoY, 8.5%QoQ
คาดการณ์ผลประกอบการใน 3Q53 บริษัทจะมีกำไรสุทธิเท่ากับ 1,875 ล้านบาท
กำไรต่อหุ้น 0.43 บาท เพิ่มขึ้น 227.3%YoY แต่เทียบ QoQ ลดลง 10.2% โดยกำไรที่ลดลง
เนื่องจากในไตรมาสที่แล้วมีบันทึกำไรพิเศษจากซื้อโรงไฟฟ้าที่ Rotterdam จำนวน 563 ล้าน
บาท และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 188 ล้านบาท ดังนั้นถ้าไม่รวมรายการพิเศษและอัตราแลก
เปลี่ยนบริษัทจะมีกำไรปกติเท่ากับ 1,452 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 157.2%YoY, 8.5%QoQ โดย
กำไรที่ปรับตัวดีขึ้นเนื่องจากโรงงานใช้กำลังการผลิตสูงขึ้นทุกแห่ง เมื่อเทียบกับ 2Q53 ที่โรง
งาน PTA ในไทย และ Rotterdam และโรงงานโพลีเอสเตอร์ในไทยหยุดซ่อมบำรุงประมาณ 2
สัปดาห์ และโรงงาน AlphaPet สายการผลิต 2 ที่อเมริกา ใช้กำลังการผลิตเต็มไตรมาสเป็น
งวดแรก และคาดว่าจะต้นทุนการผลิตลดลงเนื่องจากโรงงาน AlphaPet ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่
มีประสิทธิภาพสูงมีต้นทุนการผลิตถูกกว่าโรงงานอื่นๆ ได้ใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้น

ปี 2554-56 ยังเป็นช่วงขยายกำลังการผลิต คาดจะมีโรงงาน PET เพิ่มอีก 4-5 แห่ง
กลยุทธิ์บริษัทยังคงมุ่งเน้นขยายกิจการเชิงรุกเพื่อสร้างการเติบโต และเป็นผู้ผลิต
PET รายใหญ่ของโลก โดยในปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิต PET รวม 1.57 ล้านตัน และได้
ลงทุนอยู่ระหว่างก่อสร้างอีก 301 พันตัน ซึ่งจะแล้วเสร็จเริ่มดำเนินการได้ใน 2H54 และ 1Q55
แต่อย่างไรก็ตามจากกลยุทธิ์ขยายกิจการเชิงรุก และมีเป้าหมายที่จะเพิ่มกำลังการผลิต PET
อีก 1 เท่าตัว ดังนั้นบริษัทจึงยังมีการเจรจาเพื่อซื้อโรงงาน PET จากผู้ผลิตเดิมอีก 2-3 แห่ง
ในจีน, อเมริกาเหนือ, ยุโรปเหนือ และมีอยู่ระหว่างศีกษาลงทุนโรงงาน PET แบบ Green Field
ในแหล่งที่มีวัตถุดิบพร้อมเช่นตะวันออกกลาง และอินเดีย โดยคาดว่าการซื้อโรงงาน PET ในจีน
จะได้ข้อสรุปใน 4Q53 และบนสมมุติฐานที่อนุรักษ์นิยม ถ้าการซื้อประสบความสำเร็จโรงงานใน
จีนจะสามารถสร้างกำไรให้บริษัทใน 2H54 เนื่องจากอาจจะใช้เวลาปรับปรุงโรงงานประมาณ 3-
6 เดือน

ปรับราคาพื้นฐานเป็น 37 บาท บน PEG ที่ 1 เท่า
ปรับเพิ่มราคาพื้นฐานปี 2554 เป็น 37 บาท จากเดิมที่ 27 บาท เนื่องจากปรับเพิ่ม
PEG จาก เดิมที่ 0.7 เท่า เป็น 1 เท่า เทียบเท่า P/E ที่ 21 เท่า แนะนำ “ซื้อ” โดย PEG ที่ปรับ
เพิ่มขึ้นเนื่อง จาก 1). ทางฝ่ายคาดว่าบริษัทจะรายงานผลประกอบการที่ดีต่อเนื่อง ซึ่งบนคาด
การณ์ผลประกอบการตามแผนขยายลงทุนที่เริ่มดำเนินการแล้ว(ไม่รวมที่อยู่ระหว่างเจรจา) คาด
กำไรปกติในปี 2554 เติบโต 21.9% และในปี 2555 จะมีกำลังการผลิต PET จากโรงงาน
Rotterdam หนุนการเติบโต และ 2).ความชำนาญของทีมผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จในการ
ขยายกิจการมาตลอดส่งผลให้บริษัทเดิม (IRP) มีกำไรสุทธิ 5 ปี (2547-51)เติบโตสูง เฉลีย
36.7%



เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 24/09/10 เวลา 9:52:28

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น