บล.กรุงศรีอยุธยา : DTAC แนะนำ 'รอซื้อเมื่ออ่อนตัว' ราคาเป้าหมายไม่รวม 3G ที่
46.50 บาท
3Q คาดกำไรเติบโตดี แต่รอลุ้นผล 3G มากกว่า
คาดว่าผลประกอบการใน 3Q53 จะเติบโตสูงถึง 56%YoY เกิดจากการเติบโตใน
ธุรกิจ Non-Voice ขณะที่ต้นทุนจะลดลงจากค่าตัดจำหน่ายที่ลดลง นอกจากนี้เราคาดว่าจะมี
การบันทึกรายการพิเศษ 2 รายการคือ การบันทึกรายรับย้อนหลังค่า IC กับทาง Hutch และกำไร
จากการขายอาคารสำนักงานเดิม อย่างไรก็ตามในระยะสั้นประเมินว่าตลาดจะให้น้ำหนักความ
สำคัญกับการตัดสินของศาลเกี่ยวกับอำนาจในการประมูล 3G ของ กทช. ในวันพรุ่งนี้มากกว่า
และอาจทำให้ราคาหุ้นมีความผันผวน โดยเราแนะนำรอซื้อเมื่ออ่อนตัว DTAC ณ ราคาเป้าหมาย
ไม่รวม 3G ที่ 46.50 บาท
ธูรกิจ Non-voice หนุนรายได้ 3Q53
ใน 3Q53 เราคาด Net Add ยังคงปรับเพิ่มขึ้น 2.5 แสนเลขหมาย ส่วนรายได้จาก
การให้บริการต่อเลขหมาย Blended ARPU (exc IC) อยู่ที่ 213 บาท ลดลง 2.7%YoY ใน
ขณะที่รายได้จากตลาด Non-voice คาดว่ายังเติบโตสูงถึง 18%YoY ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน
เป็นผลบวกจากความนิยมในตลาดสมาร์ทโฟน ส่งผลให้รายได้จากการให้บริการไม่รวม IC ใน
3Q53 คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้น 5%YoY เป็น 13,498 ล้านบาท
คาด 3Q53 กำไรสุทธิจะเติบโตสูงจากต้นทุนลดและรายการพิเศษ
เราประมาณการณ์กำไรจากการดำเนินงานใน 3Q53 ที่ 2.5 พันล้านบาท (+5.2%
QoQ และ +6%YoY) เป็นผลบวกจาก
1) รายได้บริการเพิ่มขึ้น 5%YoY จากธุรกิจ Non-voice
2) Net IC (ไม่รวมรายการบวกกลับย้อนหลังบันทึก IC รับจาก Hutch) คาดว่าจะพลิก
เป็นบวก60 ล้านบาทจากปีก่อนซึ่งมีสถานะจ่าย 240 ล้านบาท เนื่องจากเริ่มรับรายได้ IC จาก
Hutch ประมาณ 150 ล้านบาทต่อไตรมาส
3) ค่าตัดจำหน่ายโครงข่ายที่ยังคงลดลงต่อเนื่อง รวมถึงการควบคุมต้นทุนที่มี
ประสิทธิภาพส่งผลให้ EBITDA Margin ปรับเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 29.8% เป็น 33.5%
4) ภาระดอกเบี้ยจ่ายที่ยังคงลดลงต่อเนื่อง 49%YoY จากการทยอยชำระคืนหนี้เงินกู้ ใน
ขณะที่ไตรมาสนี้คาดว่าจะมีการบันทึกรายการพิเศษสำคัญ 2 รายการ คือ 1) รายการบันทึก
รายรับ IC กับทาง Hutch ประมาณ 650 ล้านบาท (เฉพาะรายการย้อนหลังถึงปลายปี 52
เท่ากับ 500 ล้านบาท) 2) กำไรจากการขายอาคารสำนักงานเดิม หลังหักภาษีเท่ากับ 150
ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 3.05 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 25%QoQ และ 87%YoY
รอลุ้นคำตัดสินของศาล 23 ก.ย นี้
ประเด็นการตัดสินของศาลปกครองในการประมูล 3G ในวันที่ 23 ก.ย. นี้จะเป็นปัจจัย
เสี่ยงสำคัญที่จะบั่นทอนศักยภาพในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ หาก
ศาลยังคงคำตัดสินเดิมคือให้ความคุ้มครองต่อทาง CAT จะทำให้กระบวนการประมูล 3G ต้องยุติ
และหากรอตั้ง กสทช. คาดว่า 3G จะล่าช้า โดย กทช. TDRI และกลุ่มผู้ประกอบการโทรศัพท์ให้
ความเห็นว่าจะล่าช้าไป 1 – 3 ปีและยังมีความไม่แน่นอนว่าหลังจากมี กสทช. ขึ้นมาทำหน้าที่
แทน กทช. เงื่อนไขการประมูลจะเปลี่ยนแปลงไปจากปัจจุบันมากน้อยเพียงใด
ระยะสั้นมีความเสี่ยง แนะนำรอจังหวะซื้อเมื่ออ่อนตัว
หลังจากศาลมีคำสั่งคุ้มครองฉุกเฉินต่อทาง CAT ราคาหุ้น DTAC ปรับลดลงมา 15% ซึ่ง
ต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐานไม่รวม 3G ของเราที่ 46.50 บาท หากตัดประเด็น 3G ในทางพื้นฐาน
DTAC ยังคงแนะนำซื้อด้วยกำไรจากการดำเนินงานที่ยังฟื้นตัวโดดเด่น 31% ในปีนี้ และกำไรใน
งวด 9 เดือนแรกคิดเป็น 87% ของประมาณการทั้งปี ซึ่งยังมีโอกาสที่เราจะปรับประมาณการ
เพิ่มขึ้นหลังบริษัทประกาศผลการดำเนินงานใน 3Q53 และคาดว่าบริษัทยังมีปันผลจ่ายในปีนี้ที่
1.8 บาทต่อหุ้น Yield 4.6% จากราคาปัจจุบัน อย่างไรก็ตามเราคาดว่าผลคำตัดสินของศาลในวัน
พฤหัสนี้จะเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักต่อราคาหุ้นในระยะสั้น
เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 22/09/10 เวลา 9:40:34
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น