โดดเด่นท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่สดใส
บรรยากาศการลงทุนของไทยเป็นบวกมากยิ่งขึ้น จากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้นความตึง
เครียดทางการเมืองที่ลดลง และปัญหามาบตาพุตที่คลี่คลายลง นอกจากนี้ตัวเลขจากคณะ
กรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และธนาคารแห่งประเทศไทย (BoT) (ตัวเลขผู้ให้ความสนใจ
ยื่นขอรับการส่งเสริมจาก BOI ที่เพิ่มขึ้น และ ตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรม และการใช้กำลัง
การผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง) ยังช่วยเสริมแนวโน้มบรรยากาศการลงทุนที่ดีของไทยอีกด้วย
ทั้งนี้ อุตสาหกรรมยานยนต์มีสัญญาณการลงทุนใหม่ที่ชัดเจนที่สุด จากปัจจัยดังกล่าว เรามองว่า
AMATA มีความโดดเด่น ด้วยรายได้จากยอดขายที่ดินที่คิดเป็น 70.0% ของรายได้รวม ทำให้
AMATA เป็นตัวแทนการลงทุนที่ดี (investment proxy) นอกจากนี้ เนื่องจาก 60.0% ของ
ลูกค้า AMATA เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ บริษัทฯ จึงน่าจะได้รับประโยชน์จากการขยายกำลัง
การผลิตของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังจะเริ่มขึ้น
ปรับเพิ่มเป้ายอดขายที่ดินเป็น 1,500-2,000 ไร่
แม้ว่ายอดขายที่ดินใน 8 เดือนแรกจะอยู่ที่เพียง 410 ไร่ AMATA ประกาศปรับเป้า
ยอดขายที่ดินของบริษัทฯ เป็น 1,500-2,000 ไร่ (จาก 900 ไร่) ในปีนี้จากความเป็นไปได้ที่จะ
ขายที่ดินได้อย่างน้อย 900-1,000 ไร่ในเดือน ก.ย. – ธ.ค. 2553 ซึ่งรวมถึงสัญญาขายที่ดิน
500 ไร่ให้กับ Canadoil (บริษัทผู้ผลิตท่อเหล็กส่งน้ำมันสัญชาติแคนาดา) ซึ่งคาดว่าจะเซ็น
สัญญาได้เร็ว ๆ นี้ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังแจ้งให้เราทราบอีกว่าลูกค้าเป้าหมายส่วนมากกำลังอยู่
ระหว่างพิจารณาซื้อที่ดินในนิคมฯ อมตะซิตี้ ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดระยอง ใกล้กับท่าเรือแหลมฉบัง จึง
เหมาะสำหรับผู้ผลิตเพื่อการส่งออก
แนวโน้มยังดี
ในระยะถัดไป เรายังคงมุมมองที่เป็นบวกต่อแนวโน้มยอดขายที่ดินของบริษัทฯ การ
ขยายกำลังการผลิตยานยนต์น่าจะจะก่อให้เกิดรอบการลงทุนที่ต่อเนื่องจากผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์
ต่างๆ จากการที่ AMATA มีลูกค้าในอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นจำนวนมาก บริษัทฯ จึงควรจะเป็น
หนึ่งในผู้ได้ประโยชน์จากกระแสการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ดังกล่าว นอกจาก
นี้ AMATA ยังอยู่ระหว่างการเจรจากับ Holley Group ซึ่งเป็นตัวแทนการลงทุนสัญาชาติจีน
เพื่อขายที่ดินเพิ่มในอนาคตอันใกล้ ทั้งนี้ AMATA ได้ขายที่ดินในอมตะซิตี้ให้กับ Holley
Group ไปแล้ว 600 ไร่เพื่อขายต่อให้กับนักลงทุนชาวจีนใน 4Q50 ปัจจุบัน บริษัทดังกล่าวเหลือ
ที่ดินไว้ขายน้อยกว่า 100 ไร่ และจากความสนใจด้านการลงทุนของนักลงทุนชาวจีนที่เพิ่มขึ้น
อย่างต่อเนื่อง เราเชื่อว่า AMATA จะสามารถขายที่ดินให้กับ Holley Group ได้มากยิ่งขึ้นใน
อนาคต
ปรับประมาณการกำไรขึ้นตามแนวโน้มยอดขายที่ดินที่ดี
เพื่อสะท้อนถึงแนวโน้มยอดขายที่ดินที่ดีขึ้นของบริษัทฯ เราปรับเพิ่มสมมติฐาน
ยอดขายที่ดินของเราในปี 2553 เป็น 1,300 ไร่ (จาก 800 ไร่) แต่ยังคงสมมติฐานยอดขายของ
เราในปี 2554 ไว้ที่ 1,000 ไร่ตามเดิม อย่างไรก็ดี เราคาดว่าบริษัทฯ จะสามารถรับรู้รายได้ส่วน
มากที่เกิดจากการขายที่ดินใน 2H53 ได้ในปี 2554 ซึ่งจะทำให้ประมาณการกำไรของเราในปี
2553-54 เพิ่มขึ้น 16.5% และ 27.7% ตามลำดับ
คงคำแนะนำ ‘ซื้อ’ โดยมีราคาเป้าหมายใหม่ที่ 22.00 บาท
จากประมาณการกำไรใหม่ของเรา เราปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของเราเป็น 22.00
บาท (จาก 15.00 บาท) ตามค่า PE ที่ 20.0 เท่า ของ 11EPS คงคำแนะนำ ‘ซื้อ’
เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 03/09/10 เวลา 9:38:19
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น