เน้นรับบริหารโรงแรมเพิ่ม ขยายอาหารต่อเนื่อง หวังเติบโตระยะยาว
กลยุทธ์การดำเนินงานคงเน้นขยายงานเชิงรุก หวังผลักดันรายได้เติบโตเฉลี่ย 11%
ต่อปีใน 5 ปีข้างหน้า (ปี 2553-2557) โดยธุรกิจโรงแรมมีนโยบายการลงทุนแบบประหยัด
สินทรัพย์ (Asset Light Strategy) ผ่านการรับบริหารโรงแรมใหม่เพิ่มให้ได้ปีละ 5 แห่ง จาก
ปัจจุบัน 31 แห่ง เป็น 58 แห่งในปี 2558 ขณะที่ธุรกิจอาหารมีแผนขยายสาขาร้านอาหารใหม่ต่อ
เนื่องให้ได้ 510 แห่งภายในสิ้นปี 2553 จาก 487 แห่งใน 2Q53 รวมถึงเพิ่มแบรนด์อาหาร
ใหม่ โดยจะเห็นตั้งแต่ต้นปี 2553 บริษัทมีการลงทุนในแบรนด์อาหารใหม่เพิ่ม 3 แบรนด์ (อาหาร
ญี่ปุ่น 2 แบรนด์ และไอศครีม 1 แบรนด์) รวมถึงซื้อแบรนด์อาหาร เพื่อรับบริหารจัดการ และสิทธิ
ในการขยายสาขาทั้งในและนอกประเทศภายใต้แบรนด์ The Terrace จากกลุ่มเซ็นทรัล สำหรับ
แผนการลงทุนใน 2 ปีข้างหน้า (ปี 2553-2554) เตรียมงบไว้ 4 พันล้านบาท โดยหลักใช้ลงทุนใน
โรงแรมใหม่ที่ภูเก็ต ซึ่งจะเปิดใน 4Q53 แหล่งเงินทุนมาจากเงินหมุนเวียนภายใน และเงินกู้ยืม
นอกจากนี้บริษัทมีแผนลงทุนเพิ่มในโรงแรมใหม่ ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะเป็นที่เกาะกูด หรือ ชะ
อำในอีก 2-3 ปีข้างหน้า
3Q53 ฟื้นตัว และจะดีมากขึ้นใน 4Q53 จาก High Season และโรงแรมใหม่
ฝ่ายวิจัยคงประมาณการเดิม โดยแนวโน้ม 3Q53 จะปรับตัวดีขึ้นจาก 2Q53 หลังท่อง
เที่ยวฟื้นตัวรวดเร็ว และสินทรัพย์โรงแรมและอาหารที่ต้องปิดไปได้กลับมาสร้างรายได้ปกติ โดย
โรงแรมเซ็นทรัลเวิลด์ มีอัตราการเข้าพักดีขึ้น ล่าสุดเดือน ก.ค.2553 อยู่ที่ 41% และเพิ่มเป็น
45% เดือน ส.ค. 2553 ขณะที่อัตราการเข้าพักเฉลี่ยของทุกโรงแรมก็ปรับตัวขึ้นจากเฉลี่ย
48% ใน 2Q53 เป็น 58% ในเดือน ก.ค. และ ส.ค. 2553 ด้านธุรกิจอาหารยังคงสดใส จากภาวะ
เศรษฐกิจและความเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้นตัว จะผลักดันให้การเติบโตของร้านอาหารเดิมช่วง 2
เดือนแรกของไตรมาส 3 อยู่เหนือ 10% และมีการเติบโตของร้านอาหารรวมกว่า 20% yoy
สำหรับแนวโน้ม 4Q53 คาดจะฟื้นตัวโดดเด่นมากขึ้น จากอานิสงค์ของช่วง High season อีก
ทั้งโรงแรมใหม่ที่ภูเก็ต ซึ่งจะทยอยเปิดตั้งแต่เดือน ต.ค. จนเต็มจำนวน 262 ห้องภายใน ธ.ค.
2553 จะสร้างรายได้เข้ามาเพิ่มอีก 70 ล้านบาท ถือเป็นอีกปัจจัยหนุนงวด 4Q53 เติบโตมาก
ขึ้น นอกเหนือจากธุรกิจอาหารที่มีแรงขับเคลื่อนจากการขยายสาขาใหม่ ทั้งปี 2553 คงประเมิน
กำไร 182.9 ล้านบาท
ซื้อ...อิงวิธี DCF มูลค่าพื้นฐานปี 2553 ที่ 6.05 บาท
จากผลประกอบการที่พ้นจุดต่ำสุด และจะฟื้นตัวดีขึ้นใน 2H53 พร้อมกลับมาเติบโต
โดดเด่นอีกครั้งในปี 2554 จากการท่องเที่ยวที่เข้าสู่ภาวะปกติ คงแนะนำซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว อิง
DCF-WACC 9.3% มูลค่าพื้นฐานปี 2553 อยู่ที่ 6.05 บาท
เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 02/09/10 เวลา 10:12:28
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น