คาดผลประกอบการ 4Q10E โดดเด่น จากเปิด Central World ได้หมด
การเข้าสู่ High Season จากเทศกาลซื้อของขวัญส่งท้ายปี และการเริ่มเปิดพื้นที่
Central World ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย. ไปจนครบทุกโซนภายในเดือนธ.ค. ยกเว้นส่วนของห้าง
ZEN ที่จะไปเปิดได้ในเดือน ส.ค. 54 แต่อย่างไรก็ดี เนื่องจาก CPN ไม่ได้รับรู้รายได้จาก ZEN
อยู่ก่อนแล้ว เพราะพื้นที่อยู่ในสัญญาเซ้งระยะยาวจากเจ้าของเดิม (เช่นเดียวกับพื้นที่บริเวณ
ISETAN) นอกจากนี้ ในเดือน ต.ค. 53 CPN จะมีการเปิดโครงการใหม่คือ โรงแรมฮิลตันพัทยา
บีช เพื่อต่อยอดธุรกิจ ทำให้คาดผลประกอบการ 4Q10E มีการฟื้นตัวโดดเด่น ขณะที่ 3Q10E
คาดจะเห็นผลประกอบการเติบโตเพียงเล็กน้อยจาก 2Q10A เพราะเป็นช่วง Low Season จาก
ปริมาณฝนชุก แม้คาดจะมีรายได้ค่าเช่าพื้นที่ในเซ็นทรัลลาดพร้าวปรับขึ้นมา เพราะมีการขยาย
เวลาปิดปรับปรุงไปเป็นเดือน ก.พ. 54
CPN เน้นขยายโครงการออกต่างจังหวัด
CPN มีแผนขยายโครงการไปในต่างจังหวัดมากขึ้น (แสดงใน Exhibit 1) ส่วนหนึ่ง
เป็นผลมาจากส่วนแบ่งการตลาดที่ยังน้อย และกำลังซื้อในต่างจังหวัดที่สูงขึ้น โดยใน FY11E
เปิด 3 โครงการใหม่ ได้แก่ 1) เซ็นทรัลพลาซ่าเชียงราย (เม.ย.) 2) เซ็นทรัลพลาซ่าพิษณุโลก
(ต.ค.) และ 3) เซ็นทรัล พลาซ่าพระราม 9 (ธ.ค.) ขณะที่กำหนดปรับปรุงเซ็นทรัลลาดพร้าวใน
เดือน ก.พ. 54 ซึ่งจะใช้ระยะเวลาการปรับปรุง 5 เดือนครึ่ง โดยคาดว่าจะกลับมาเปิดได้ในเดือน
ส.ค. 54 ทั้งนี้SSEC มองว่า รายได้ที่หายไปจากเซ็นทรัลลาดพร้าว จะถูกชดเชยเข้ามาจาก
โครงการใหม่ที่เปิดใน FY10E และการรับรู้รายได้จาก Central World ที่กลับมาขณะที่
งบลงทุนใน FY11E CPN ตั้งไว้ที่ 7,670 ลบ. ซึ่งรวมงบการปรับปรุงศูนย์บางนา และการขยาย
ศูนย์ที่อุดรธานี (Phase 2) รวมถึงแผนการลงทุนในต่างประเทศ แต่ไม่ได้รวมงบปรับปรุง
Central World เนื่องจากคาดว่าจะได้รับชดเชยจากเงินประกันเต็ม Central World 100%
ทั้งนี้ สำหรับแหล่งเงินทุนมาจากกระแสเงินสด และการกู้ยืมและออกหุ้นกู้ รวมถึงมีแผนที่จะขาย
สินทรัพย์เข้ากองทุนใน FY11E
ประโยชน์ที่จะได้รับจากการลงทุนในจีนของ CPN
SSEC มองว่า แผนการลงทุนในจีนของ CPN ช่วงแรกยังคงไม่ทำให้เกิดรายได้ที่โดด
เด่น เพราะเป็นการเข้าร่วมทุนส่วนหนึ่ง แต่เนื่องจากการได้เป็นผู้บริหารจัดการศูนย์การค้า
ต่างประเทศของ CPN ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพ และเป็นการศึกษาตลาด เพื่อต่อยอดการลงทุน
ต่างประเทศในอนาคตอีกด้วย นอกจากนี้ CPN ยังมีแผนเข้าไปในตลาดที่มีการบริโภคสูง อย่าง
อินเดีย และเวียดนาม
แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมเท่ากับ 35.75 บาท
SSEC ประเมินราคาเหมาะสมของ CPN จากการคำนวณ DCF มี WACC ที่
9.2% ราคาเหมาะสมเท่ากับ 35.75 บาท ซึ่งยังไม่รวมผลจากของการลงทุนในจีน แต่อย่างไร
ก็ดี เนื่องจากการเข้าลงทุนในจีนช่วงแรก เป็นเพียงการร่วมลงทุนเล็กๆ และรายได้จากค่า
ธรรมเนียมในการบริหารคาดจะมีไม่มาก ทั้งนี้ ราคาหุ้นปัจจุบันเทียบกับราคาเหมาะสมที่
SSEC ให้ผลตอบแทนรวมเท่ากับ 18.1% (Upside Gain 17.2% และ Dividend Yield ที่
0.9%) จึงแนะนำ “ซื้อ”
เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 14/09/10 เวลา 8:58:54
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น