วันศุกร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.บัวหลวง : HEMRAJ แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย2.42

บล.บัวหลวง : HEMRAJ แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายที่คำนวณด้วยวิธี sum-of-
the-parts เพิ่มเป็น 2.42 บาท (จาก 1.55 บาท)

อยู่ในขาขึ้น
ประเด็นการลงทุน: HEMRAJ ยังคงเป็นหุ้นที่เหมาะที่สุดสำหรับการเล่นตามการ
ขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ เนื่องจากมีโรงงานประกอบรถยนต์ขนาดใหญ่ถึง
3 รายตั้งอยู่ในนิคมของ HEMRAJ นอกจากนี้แนวโน้มกำไรสุทธิยังชัดเจนกว่าบริษัท
อื่นในกลุ่มเดียวกันหนุนโดยส่วนแบ่งกำไรจาก GHECO-One (เริ่มเดินเครื่องในไตร
มาส 4/54) เราได้ปรับเป้าหมายไปยังสิ้นปี 2554 และเมื่อรวมกับผลกระทบจากการที่
เรารวมมูลค่าของ GHECO-One เต็มจำนวน (จากเดิมที่รวมเพียงครึ่งเดียว) จึงทำให้
ราคาเป้าหมายที่คำนวณด้วยวิธี sum-of-the-parts เพิ่มเป็น 2.42 บาท (จาก 1.55
บาท) โดยเรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
ยอดขายที่ดินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ: บริษัทน่าจะขายที่ดินได้ตามเป้าหมายที่ 1,000
ไร่ในปีนี้ ผู้บริหารคาดว่าภายในสิ้นเดือน ก.ย. นี้ยอดขายที่ดินน่าจะขึ้นถึง 80% ของ
เป้าหมาย ส่วนปีหน้าบริษัทมั่นใจว่ายอดขายที่ดินจะดีกว่าปีนี้ โดยคาดว่าจะขายได้
1,100-1,200 ไร่ โดยการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่
หนุนยอดขายที่ดินได้ต่อเนื่องอย่างน้อยอีก 2 ปีข้างหน้า แผนการขยายกำลังการผลิต
ของผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ อาทิ ฟอร์ด (100,000 คันต่อปี) ในปี 2554 และ ซูซูกิ
(140,000 คันต่อปี) ในปี 2555 จะหนุนให้ผู้จำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์ต้องขยาย
กำลังการผลิตตามและเข้ามาสร้างโรงงานในเขตนิคมอุตสาหกรรมเหมราช
เพิ่มบริการสร้างมูลค่าเพิ่ม: แผนการขยายฐานรายได้ประจำมีความชัดเจนกว่า
กว่าผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรมรายอื่น นอกจากการลงทุนในโครงการผู้ผลิต
ไฟฟ้าอิสระรายใหญ่(IPP) แล้ว บริษัทตั้งใจจะแสวงหารายได้เพิ่มเติมด้วยเพิ่มการให้
การบริการที่สร้างมูลค่าเพิ่มมากขึ้น เช่น บริการจ่ายไอน้ำให้กับโรงงานอุตสาหกรรม
ปัจจุบันลูกค้าของ HEMRAJ ต้องผลิตไอน้ำเอง ซึ่งการผลิตในจำนวนที่ไม่มากพอทำ
ให้ต้นทุนต่อหน่วยสูง ดังนั้น HEMRAJ จึงวางแผนว่าจะตั้งหน่วยผลิตไอน้ำและต่อท่อ
ส่งไปยังลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมหลายๆรายเพื่อให้เกิดความประหยัดต่อขนาด ทั้งนี้
เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและต้นทุนต่ำสุด การผลิตไอน้ำที่มากจากการเป็นผล
พลอยได้จากโรงไฟฟ้าน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ดังนั้นเราคาดว่าบริษัทจะเข้า
ประมูลโครงการผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) ซึ่งโครงการดังกล่าวไม่เพียงแต่สร้างราย
ได้จากการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ แต่ยังช่วยให้กำไรของบริษัทผันผวนลดลง ซึ่งจะ
เป็นปัจจัยให้บริษัทซื้อขายในระดับ PER ที่สูงมากขึ้น




เรียบเรียง โดย ประน้อม บุญร่วม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 10/09/10 เวลา 12:12:00

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น