วันพฤหัสบดีที่ 09 กันยายน 2010 เวลา 10:17:00 น. Analyst Comment: MK: บล.เกียรตินาคิน
MK: ระดับราคาที่ปรับลด..ส่งผลต่อ Upside gain และ Dividend Yield ที่สูงขึ้น
ประเด็นที่น่าสนใจ
ยอดขายใน ช่วง 2 เดือน ก.ค - ส.ค 53 ทำได้ 283 ล้านบาท รอลุ้นเปิดโครงการใหม่ ช่วยขยับยอด Presale หลังใน2Q53 บริษัทมียอด Presale ที่ 460 ล้านบาท ทำให้ยอดขายครึ่งปีแรก (1H53) อยู่ที่ 1,250 ล้านบาท (ใน1Q53 บริษัททำได้ 790 ล้านบาท หลักๆเป็นยอดขายที่เติบโตจากโครงการ ชวนชื่น โมดัส จรัญ-ปิ่นเกล้า โครงการ ชวนชื่น โมดัส เซนโทร และชวนชื่น เพชรเกษม 81 ทั้งนี้ในช่วง 2 เดือน คือ ก.ค- ส.ค 53 มียอดขาย 183ล้านบาท และ 100 ล้านบาท ตามลำดับ
สาเหตุที่ยอดขายในเดือน ส.ค 53 ลดลง มีสาเหตุมาจาก ยอด Rejecting Rate ของธนาคารในการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น ทำให้เราคาดว่าสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากอัตราดอกเบี้ยที่ขยับขึ้น ทำให้มีผลต่อความสามารถในการผ่อนชำระของลูกค้า โดยบริษัทมียอดขายสะสมตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันที่ 1,533 ล้านบาท ซึ่งเรามองว่ามีความเป็นได้ที่บริษัทอาจสร้างยอดขายได้ไม่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ 3,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามยังมีความหวังจาก 4Q53 ที่บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ ช่วยสนับสนุนยอดขายให้ฟื้นตัวดีขึ้น
4Q53 เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่แนวราบ 2 โครงการ และโครงการคอนโดมีเนียมอีก 2 โครงการภายในปลายปีนี้
หลังจากในช่วง ต้นปี-กลางปี บริษัทมีเปิดตัวโครงการใหม่เพียง 1 โครงการ ทำให้มีสินค้าเพื่อขายส่วนใหญ่เป็นสินค้าเดิม โดยบริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ใน 4Q53 เป็นแนวราบ 2 โครงการ คือ 1) ไพรเวทพาร์ค-รามอินทรา มูลค่าโครงการ 530 ล้านบาท .และ 2) โครงการเบลล์พาร์ค - วัชรพล มูลค่าโครงการ 500 ล้านบาท ราคาต่อหน่วยทั้ง 2 โครงการอยูที่ 3-6 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีสินค้าคอน
โดมีเนียมอีก 2 โครงการ มูลค่ารวม 1,400 ล้านบาท แบ่งเป็น 1,200 ล้านบาท (จำนวน 10-12 ตึก 8 ชั้น 1 โครงการ) และ 200 ล้านบาท 1 โครงการ ซึ่งอยู่ระหว่างยื่นขอ EIA และดำเนินโครงการเป็นประเภทสินค้า BOI 2 โครงการ ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวในช่วงปลายปี 53 และต้นปี 54 หลังระดับราคาปรับลด .เริ่มมี Upside gain 17% โดยมีราคาที่เหมาะสมปี 54 ที่ 3.50 บาท ปรับคำแนะนำจาก " ซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว" เป็น " ทยอยซื้อ" ความเด่นยังคงเป็นเรื่อง ผลตอบแทนจากเงินปันผล
มีงานในมือ Backlog ทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องที่ 980ล้านบาท บริษัทคาดสามารถรับรู้รายได้ใน2H53 ที่ 900ล้านบาท คาดว่ายอดขายในช่วงครึ่งปีหลังจะค่อยๆปรับตัวดีขึ้น ตามความเชื่อมั่นของผู้บริโภค แม้ผลประกอบการ3Q53 มีโอกาสอ่อนตัวลงจากยอดขาย แต่คาดใน4Q53 จะปรับดีขึ้นจากการเปิดตัวโครงการใหม่และยอดขายที่ฟื้นตัวและมีกำไรสุทธิที่เพิ่มจากรายการพิเศษกำไรจากการปรับโครงสร้างหนี้อีก 40 ล้านบาท คาดในปี53 บริษัทมีกำไรสุทธิ 544 ล้านบาท และกำไรสุทธิปี54 ที่ 549 ล้านบาท โดยมีราคาที่เหมาะสมอ้างอิง APER 6 เท่า อยู่ที่ 3.50 บาท บริษัทมีจุดเด่นจากการเป็น Dividend Stock ที่มีการจ่ายปันผลต่อเนื่อง โดยคาดจ่ายปันผลของผลประกอบการปี 53 ที่ 0.20 บาท ซึ่งบริษัทมีจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.10 บาท ให้ผลตอบแทนทั้งปี Dividend Yield 6.7% คาดจ่ายปันผลครึ่งปีหลังที่ประมาณ 0.10บาท ให้ผลตอบแทน Dividend Yield 2H53 ที่ 3.4% และคาดจ่ายปันผลปี 54 ที่ 0.22 บาท ให้ผลตอบแทน Dividend Yield 7.3%
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น