กำไรดีไม่มีตก ยังมีดีลควบรวมกิจการเข้ามาต่อเนื่อง
IVL จะมีความผันผวนของกำไรรายไตรมาสน้อยกว่าโรงกลั่นและปิโตรต้นน้ำฯตัวอื่นกำไรใน
ช่วง 2H53 จะยืนได้ระดับ 1,600-1,800 ล้านบาทต่อไตรมาส ซึ่งเป็นเกณฑ์กำไรที่ดี ในขณะที่
เริ่มตั้งฐานกำไรที่ดีได้นั้น IVL ยังคงมีการเจรจาควบรวมอีกหลายกิจการที่อยู่ระหว่างการ
พิจารณาในสหรัฐและยุโรป ยิ่งเกิดภาวะวิกฤติการเงินในประเทศเหล่านั้นยิ่งเพิ่มโอกาสให้ IVL
เข้าครอบงำกิจการ นอกจากนี้การที่ค่าเงินบาทแข็งยิ่งเพิ่มความได้เปรียบแก่ IVL ในฐานะผู้จะ
เข้าซื้อกิจการอีกด้วย แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 29 บาท
& 9632; คาดกำไรไตรมาส 3/53 ที่ 1,762 ล้านบาท: ลดลง 16% QoQ โดยคาดว่ามาจากกำไร
จากการดำเนินงานเติบโตขึ้นจากปริมาณขายที่เพิ่มสูงขึ้นหลังจากที่โรง Alphapet เริ่มดำเนิน
การผลิตและความต้องการใช้ที่แข็งแกร่ง ซึ่งเรามั่นใจว่า IVL สามารถรักษาระดับอัตรากำไรสุทธิ
ที่ประมาณ 6-7% ไว้ได้ถึงแม้ว่าจะมีกำลังการผลิตเพิ่มจากความสามารถในการควบคุมต้นทุนให้
อยู่ในระดับต่ำและมีอำนาจในการต่อรองสูง แต่ไตรมาสนี้คาดว่าIVLไม่มีกำไรพิเศษจากการต่อ
รองราคาซื้อเข้ามาช่วยทำให้กำไรสุทธิน่าจะปรับตัวลดลงเล็กน้อย โดยอัตราแลกเปลี่ยนจะเป็น
ปัจจัยสำคัญที่เราต้องจับตามองโดยเบื้องต้นเราคาดว่าไตรมาส 3/53 IVL จะมีกำไรจากอัตรา
แลกเปลี่ยนประมาณ 200 ล้านบาทจากค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นจากต้นงวด
& 9632; บุกตลาดจีน : IVL กำลังเข้าซื้อโรงงานผลิต PTA กำลังการผลิต 200,000 ตันต่อปีที่
ประเทศจีน เพื่อนำไป Balance เป็นวัตถุดิบ PET ที่มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจะแล้ว
เสร็จประมาณไตรมาส 4/53 เราคาดว่าการเข้าซื้อจะทำให้ IVL มีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ
4,500 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 250 ล้านบาทต่อปี ซึ่งการซื้อในครั้งนี้
เป็นการรุกตลาดจีนที่ความต้องการใช้มีอัตราการเติบโตสูงซึ่งการเข้าไปมีโรงงานที่ประเทศจีน
จะเป็นการสร้างจุดแข็งให้ IVL กระจายฐานการผลิตให้อยู่ใกล้ลูกค้ามากขึ้นเป็นการรุกตลาดใหม่
และเป็นการประหยัดค่าขนส่ง
& 9632; คงการเติบโตแบบก้าวกระโดดและขยายฐานการผลิตเข้าหาลูกค้าทั่วโลก: ในขณะนี้ IVL
มีกำลังเจรจาเข้าซื้อธุรกิจในประเทศสหรัฐอเมริกาและทวีปยุโรปเพิ่มเติมนอกเหนือจากการเข้า
ซื้อโรงงานในประเทศจีน ซึ่งเป็นไปตามแผนของ IVL ที่จะเข้าซื้อธุรกิจในสาย Polyester
Chain ที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญอย่างต่อเนื่องโดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุนปีละประมาณ 500 ล้าน
เหรียญฯ และตั้งเป้าขึ้นเป็นอันดับ 1 ในอุตสาหกรรมPET Polymer (ปัจจุบันอยู่อันดับ 2,3) ทั้งที่
ไม่ต้องเป็นเจ้าของ Feedstock เราเชื่อว่าหาก IVL ดำเนินได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ จะทำให้
กำไรของ IVL เพิ่มขึ้นปีละ 2,000 ล้านบาท
& 9632; อุตสาหกรรมเป็นขาขึ้น ดีมานต์และมาร์จิ้นยังแข็งแกร่ง: ข้อดีของธุรกิจ IVL คือการเป็นผู้
อยู่ใกล้ชิดกับผู้บริโภค (Global Consumption) โดยเป็นผู้ผลิตปิโตรเคมีขั้นปลายสาย
อะโรเมติกส์ที่อุตสาหกรรมยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องและเป็นอุตสาหกรรมขาขึ้น ซึ่งเมื่อรวมกัน
กับจุดแข็งทางด้านต้นทุนของ IVL แล้ว IVL จะมีสเปรดดีกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดประมาณ 5%
& 9632; ราคาเหมาะสม 29 บาท: เราประเมินมูลค่าเหมาะสมที่ 29 บาท อิง PER ปี 2554 ที่
13.3เท่า
เรียบเรียง โดย สุกัญญา ลาสุธรรม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 09/09/10 เวลา 12:50:44
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น