วันพฤหัสบดีที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.พัฒนสิน : PTT และ PTTCH แนะนำ ซื้อ

บล.พัฒนสิน : PTT และ PTTCH แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 365 บาทและ 137 บาทตาม
ลำดับ

PTT PTTCH แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 365 บาทและ 137 บาทตามลำดับ หลังความ
ชัดเจนของคำสั่งศาลปกครองเป็นไปตามคาดการณ์
การปลดล็อกคำสั่งของศาลปกครองกลาง สำหรับโครงการที่ไม่ติดอยู่ในประเภทกิจการ
รุนแรงตามประกาศภาครัฐ ให้กลับมาดำเนินการต่อไปได้ โดยโครงการหลักของกลุ่ม PTT
ได้แก่ โครงการโรงแยกก๊าซฯ 6 ของ PTT และโครงการส่วนขยาย HDPE 300kta (ปิโตรเคมี
ขั้นปลาย) ของ PTTCH มีน้ำหนักเชิงบวกกับผลการดำเนินงานของกลุ่ม PTT (PTTCH,
PTT) ใน 4Q10F – 2011F ส่วนที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาติโครงการ
MEG ส่วนขยาย 95kta ไม่ได้หมายความว่าให้ยกเลิกดำเนินการ แต่เป็นการเพิกถอนใบอนุ
ญาติจนกว่าโครงการดังกล่าวจะปฎิบัตตามมาตรา 67 วรรค 2 ให้ครบถ้วน เพื่อกลับไปขอใบอนุ
ญาติกับหน่วยงานรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องใหม่อีกครั้ง ก่อนที่จะได้กลับมาดำเนินการใหม่ (คาดต้น
ปี 2011F) แม้โครงการดังกล่าวอาจยังมีความเสี่ยงที่จะกลับมาดำเนินการได้ล่าช้ากว่าคาด แต่
เรามองผลกระทบดังกล่าวมีdownside risk ที่จำกัด เนื่องจากโครงการดังกล่าวมีส่วนสนับสนุน
กำไรสุทธิปี 2011F ของ PTTCH เพียง 1% ในขณะที่น้ำหนักเชิงบวกจากคำตัดสินของศาล
ปกครองกลาง ต่อ PTTCH มีทั้งผลบวกทางตรง (โครงการ HDPE ส่วนขยาย 300ktaคาดจะ
กลับมาดำเนินการได้ใน 4Q10F เป็นอย่างเร็ว) และทางอ้อม (โรง Ethane Cracker 1 ล้าน
ตัน เดินเครื่องอย่างเต็มที่ตั้งแต่ 4Q10F เนื่องจากคาดจะมีวัตถุดิบก๊าซฯ ป้อนอย่างพอเพียงจาก
โรงแยกก๊าซฯ 6 ที่คาดจะเริ่มผลิตในช่วงเวลาเดียวกัน) เรามองประเด็นข่าวดังกล่าวเป็นบวกกับ
PTTCH (BUY, 2011F TP : 137 บาท) และ PTT (BUY, 2011 TP : 365บาท) โดยมอง
แนวโน้มกำไรสุทธิปี 2011F ของทั้ง 2 บริษัท จะเติบโตอย่างโดดเด่น 49% y-y และ 33% y-y
ตามลำดับ จากการดำเนินการผลิตอย่างเต็มที่ของโครงการขยายกำลังการผลิต
• ปัญหามาบตาพุดมีความชัดเจน แต่ยังความเสี่ยงจากการยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลฯ ของผู้
ฟ้อง เราประเมินปัญหามาบตาพุด มีพัฒนาการที่ดีและชัดเจนขึ้น เมื่อคำสั่งศาลปกครองเพิก
ถอน “คำสั่งคุ้มครองชั่วคราว” โครงการที่ไม่ติดอยู่ในประเภทกิจการรุนแรงตามประกาศภาครัฐ
ให้กลับมาดำเนินการต่อไปได้ แต่ก็อาจยังมีปัจจัยเสี่ยงจาก 1) ระยะเวลาในการยื่นขอใบอนุญาติ
ดำเนินงาน (สำหรับโครงการที่ไม่เข้าข่ายประเภทกิจการรุนแรง แต่ยังไม่ได้ใบอนุญาติดำเนิน
งาน) จากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ก่อนที่จะกลับมาดำเนินงาน; และ 2) การยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาล
ปกครองกลางภายใน 30 วัน ของผู้ฟ้องคดีมาบตาพุด (สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน และ
ประชาชนมาบตาพุด รวม 43 ราย) และการหาช่องทางที่จะฟ้องภาครัฐบาลกรณีการออกประกาศ
11 ประเภทกิจการรุนแรง ไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วย (อาจรวมถึงการขอขยายประเภทกิจการ
รุนแรงให้มากกว่า 11 กิจการ)
• มองเป็นบวกกับ PTTCH (BUY, 2011F TP : 137 บาท) และ PTT (BUY, 2011
TP : 365 บาท) การปลดล็อกคำสั่งของศาลปกครองกลาง สำหรับโครงการที่ไม่ติดอยู่ในประเภท
กิจการรุนแรงตามประกาศภาครัฐ ให้กลับมาดำเนินการต่อไปได้ โดยโครงการหลักของกลุ่ม
PTT ได้แก่ โครงการโรงแยกก๊าซฯ 6 ของ PTT และโครงการส่วนขยาย HDPE 300kta (ปิโตร
เคมีขั้นปลาย) ของ PTTCH มีน้ำหนักเชิงบวกกับผลการดำเนินงานของกลุ่ม PTT (PTTCH,
PTT) ใน 4Q10F – 2011F ส่วนที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาติโครงการ
MEG ส่วนขยาย 95kta ไม่ได้หมายความว่าให้ยกเลิกดำเนินการแต่เป็นการเพิกถอนใบอนุญาติ
จนกว่าโครงการดังกล่าวจะปฎิบัตตามมาตรา 67 วรรค 2 ให้ครบถ้วน เพื่อกลับไปขอใบอนุญาต
กับหน่วยงานรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องใหม่อีกครั้ง ก่อนที่จะได้กลับมาดำเนินการใหม่ (คาดต้นปี 2011F)
แม้โครงการดังกล่าวอาจยังมีความเสี่ยงที่จะกลับมาดำเนินการได้ล่าช้ากว่าคาด แต่เรามองผล
กระทบดังกล่าวมี downside risk ที่จำกัด เนื่องจากโครงการดังกล่าวมีส่วนสนับสนุนกำไรสุทธิปี
2011F ของ PTTCH เพียง 1% ในขณะที่น้ำหนักเชิงบวกจากคำตัดสินของศาลปกครองกลาง
ต่อ PTTCH มีทั้งผลบวกทางตรง (โครงการ HDPE ส่วนขยาย 300kta คาดจะกลับมาดำเนิน
การได้ใน 4Q10F เป็นอย่างเร็ว) และทางอ้อม (โรง Ethane Cracker 1 ล้านตัน เดินเครื่อง
อย่างเต็มที่ตั้งแต่ 4Q10F เนื่องจากคาดจะมีวัตถุดิบก๊าซฯ ป้อนอย่างพอเพียงจากโรงแยกก๊าซฯ
6 ที่คาดจะเริ่มผลิตในช่วงเวลาเดียวกัน) เรามองประเด็นข่าวดังกล่าวเป็นบวกกับ PTTCH
(BUY, 2011F TP : 137 บาท) และ PTT (BUY, 2011 TP : 365 บาท) โดยมองแนวโน้ม
กำไรสุทธิปี 2011F ของทั้ง 2 บริษัท จะเติบโตอย่างโดดเด่น 49% y-y และ 33% y-y ตาม
ลำดับ จากการดำเนินการผลิตอย่างเต็มที่ของโครงการขยายกำลังการผลิต





เรียบเรียง โดย สุกัญญา ลาสุธรรม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 09/09/10 เวลา 11:26:10

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น