วันพุธที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.กรุงศรีอยุธยา : TICON แนะนำ 'ถือ' มูลค่าพื้นฐานปี 54 ที่ 13 บาท

คาดผลประกอบการเติบโตสูงสุดใน 4Q53
ผลประกอบการ 1Q53 ฟื้นตัวตามภาวะการลงทุนทางตรงที่ดีขึ้นจากวิกฤติเศรษฐกิจ
สหรัฐฯและยุโรปที่เริ่มคลี่คลายลงแต่ปัญหาการเมืองในประเทศเข้ามากดดันใน 2Q53 ทำให้
ผลประกอบการลดลงเนื่องจากลูกค้าชะลอการตัดสินใจซื้อโรงงานออกไปชั่วคราวแนวโน้ม
ผลประกอบการจะเริ่มดีขึ้นอีกครั้งใน 3Q53 โดยมีปัจจัยบวกจากทั้งการผลิตรถยนต์ของไทยที่
ฟื้นตัวแรงในปีนี้และการขยายตัวของกลุ่มอิเล็คทรอนิคส์ เราคาดว่าผลประกอบการจะปรับขึ้นเป็น
จุดสูงสุดของปีใน 4Q53 จากแผนการขายสินทรัพย์โรงงานให้แก่ TFUND ประเมินมูลค่าพื้น
ฐานในปี 54 ที่ 13 บาท

ผลประกอบการ 2Q53 เป็นไตรมาสต่ำสุดของปีนี้
ผลประกอบการ 2Q53 ลดลงเทียบกับ 1Q53 โดยที่กำไรสุทธิ 2Q53 เท่ากับ 89 ล้าน
บาท (+30%YoY และ -23%QoQ) สาเหตุที่ลดลง QoQ เกิดจากความรุนแรงทางการเมืองใน
ช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค. 53 จนส่งผลให้
1) พื้นที่ให้เช่าคลังสินค้าที่มีผู้เช่าแล้วลดลง 0.33%QoQ เหลือ 84,020 ตารางเมตร
2) ลูกค้าชะลอตัดสินใจซื้อโรงงานสำเร็จรูปซึ่งบริษัทไม่มีรายได้จากการขายโรงงาน
สำเร็จรูปให้แก่ลูกค้าในช่วง 2Q53 แต่ใน 1Q53 บริษัทได้ขายโรงงานสำเร็จรูปให้แก่ลูกค้าและ
TFUND มูลค่ารวมกัน 83 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามผลประกอบการ 4Q53 จะเพิ่มขึ้นเป็นไตรมาสสูงสุดของปีเป็นผลจากแผน
การขายสินทรัพย์โรงงานสำเร็จรูปมูลค่าประมาณ 1.8-1.9 พันล้านบาทให้แก่กองทุนอสังหาริม
ทรัพย์ TFUND ในเดือน ต.ค. 53

สัญญาณฟื้นตัวชัดเจนตั้งแต่ 2Q53
ในฐานะที่ TICON เป็นผู้ประกอบการที่มีฐานลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็คทรอนิคส์
และชิ้นส่วนยานยนต์เป็นสัดส่วนที่สูงสองอันดับแรกโดยมีสัดส่วนประมาณ 50% และ 20% ของ
พื้นที่ให้เช่า โดยรวมของบริษัทตามลำดับ ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เติบโตแข็งแกร่งโดย
เฉพาะตัวเลขยอดผลิตรถยนต์ภายในประเทศใน 7 เดือนแรก (ม.ค.-ก.ค. 53) เท่ากับ 914,766
คัน (+97%YoY) ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมต่อเนื่องดังเช่น ชิ้นส่วนยานยนต์ และการผลิต Hard
Disk Drive ที่มีความต้องการสูงในตลาดส่งออกส่งผลดีต่อกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิคส์จะเป็น
ปัจจัยบวกต่อการขยายกำลังการผลิตของลูกค้าทั้งสองกลุ่มในช่วง 2H53 เราคาดการณ์การฟื้นตัว
ของธุรกิจให้เช่าพื้นที่โรงงานสำเร็จรูปใน 3Q53 และ 4Q53 ยังเป็นแนวโน้มต่อเนื่องจาก
2Q53 ซึ่งในช่วง 2Q53 บริษัทให้เช่าพื้นที่โรงงานสำเร็จรูปให้แก่ลูกค้าใหม่ได้เพิ่มขึ้น 4.8%
เทียบกับสิ้น 1Q53 มาที่ 349,800 ตารางเมตร, อัตราครอบครองพื้นที่ให้เช่าสูงขึ้นใน 2Q53
โดยที่โรงงานสำเร็จรูปเพิ่มขึ้นมาที่ 82% จากสิ้นปี 52 ที่ 77% และคลังสินค้าเพิ่มขึ้นมาที่
70% จากสิ้นปี 52 ที่ 60%, และลูกค้าที่ต่ออายุสัญญาเช่าในช่วง 2Q53 อยู่ในอัตราที่สูง
ประมาณ 90% ดังนั้นการให้เช่าพื้นที่โรงงานสำเร็จรูปใหม่ภายในปีนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นที่ดี
120,000 ตารางเมตรตามเป้าของผู้บริหาร

แผนงานขายสินทรัพย์ชัดเจนในเดือน ต.ค. 53
แผนการขายสินทรัพย์โรงงานสำ เร็จรูปมูลค่าไม่เกิน 1.9 พันล้านบาทให้แก่กองทุน
อสังหาริมทรัพย์ TFUND จะเกิดขึ้นในเดือน ต.ค. 53 ซึ่งครั้งนี้เป็นการเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้น
เดิมทั้งหมด 100% จะช่วยผลักดันผลประกอบการ 4Q53 เป็นไตรมาสสูงสุดในรอบปีนี้และใน
กรณีที่ TICON ใช้สิทธิ์ซื้อหน่วยลงทุนเพื่อรักษาสัดส่วนการลงทุนใน TFUND ให้อยู่ในระดับเดิม
ที่ 28.7% กำไรสุทธิทั้งปี 53 ของบริษัทจะเติบโต 13.9%YoY มาที่ 744 ล้านบาท

คงคำแนะนำ ถือ
ราคาหุ้น TICON ปัจจุบันที่ต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐานปี 54 ที่เราประเมินไว้ที่ 13 บาท (ตามวิธี
DCF อิง WACC 10.5% และ Terminal Growth Rate 2.5%) ประมาณ 4% ประกอบกับ
อัตราตอบแทนเงินปันผลที่เราคาดการณ์ไว้สำหรับปี 53-54 เท่ากับ 5-6% ต่อปี เราคงคำแนะนำ
ถือ มูลค่าพื้นฐานปี 54 ที่เราประเมินไว้สำหรับหุ้น TICON คิดเป็น Implied P/E 12.3 เท่า ซึ่ง
ถือว่าเหมาะสมและมีส่วนลดประมาณ 44% จากค่าเฉลี่ย P/E ของหุ้น AMATA และ ROJNA
ที่มีธุรกิจหลักขายที่ดินนิคมอุตสาหกรรม



เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 01/09/10 เวลา 9:44:46

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น