ใกล้เข้าสู่ฤดูที่มีความต้องการใช้ถ่านหินในระดับสูง
เราคาดว่าราคาถ่านหินจะปรับตัวขึ้นใน ไตรมาส 4/53 ตามความต้องการใช้ในฤดูหนาว
ที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งควรจะหนุนให้ราคาถ่านหินปรับตัวขึ้นได้ตั้งแต่กลางเดือน ต.ค. เป็นต้นไป
ราคาถ่านหินในตลาดที่ปรับตัวขึ้นจะเป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อราคาถ่านหินล่วงหน้าในปี 2554
จากราคาถ่านหินในตลาด spot ปัจจุบัน ราคาล่วงหน้าในปีต่อไปอาจอยู่ใกล้ระดับ 100 เหรียญต่อ
ตัน ซึ่งจะเป็น upside ต่อประมาณการของเราที่ 90 เหรียญต่อตันในปัจจุบัน โดยราคาถ่านหิน
สัปดาห์ที่ผ่านมาได้ปรับตัวขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกันมาอยู่ที่ 93.25 เหรียญต่อตัน เราคาดว่า
ราคาอ้างอิงสำหรับถ่านหิน (BJI) ในช่วง 3-4 สัปดาห์ข้างหน้าจะผันผวนอยู่ในช่วง 90-95 เหรียญ
ต่อตันก่อนปรับตัวเพิ่มขึ้นตามปัจจัยด้านฤดูกาล
เลื่อนวันสุดท้ายของการทำคำเสนอซื้อหุ้น Centennial ไปเป็น 27 ก.ย.
BANPU ได้ประกาศเลื่อนวันสุดท้ายของการทำคำเสนอซื้อหุ้น Centennial จาก
วันที่ 13 ก.ย. เป็น 27 ก.ย. เนื่องจากรัฐบาลใหม่ของออสเตรเลียใช้เวลาในการจัดตั้งนานกว่าที่
คาด หลังการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 21 ส.ค. อย่างไรก็ดีการเลื่อนการทำคำเสนอซื้อหุ้นออกไปใน
ครั้งนี้ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายของเรา
คาดว่าจะได้รับการอนุมัติจาก FIRB ก่อนกำหนดหลังรัฐบาลใหม่เริ่มทำงาน
ในวันที่ 7 ก.ย. พรรคแรงงานได้ที่นั่ง 76 ที่นั่ง ซึ่งทำให้ จูเลีย กิลลาร์ด ได้เป็นนายก
รัฐมนตรีเป็นสมัยที่ 2 ทั้งนี้ นายกฯ คาดว่ารัฐบาลใหม่จะจัดตั้งแล้วเสร็จและเริ่มทำงานได้ในต้น
สัปดาห์หน้า จากการคาดการณ์ดังกล่าว BANPU เชื่อว่าบริษัทฯ จะได้รับอนุมัติจากคณะ
กรรมการกลั่นกรองการลงทุนจากต่างประเทศ (FIRB) ในการเพิ่มการลงทุนใน Centennial
ได้ก่อนการทำคำเสนอซื้อใหม่จะสิ้นสุด
คาดจะเริ่มรับรู้รายรับจาก Centennial ได้ใน ไตรมาส 4/53
จากการคาดการณ์ที่ว่าเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาในการทำคำเสนอซื้อ BANPU จะสามารถ
ถือครองหุ้น Centennial ได้มากกว่า 50.1% (ปัจจุบันอยู่ที่ 32%-33%) เราเชื่อว่า BANPU
จะเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก Centennial ได้ในกลางเดือนต.ค. เนื่องจากบริษัทฯ จะต้องใช้
เวลา 2-3 อาทิตย์ในการสรุป กำหนดดังกล่าวช้ากว่าที่เราคาดไว้เดิมในตอนต้น ไตรมาส 4/53
เล็กน้อย ทั้งนี้เราคาดคร่าว ๆ จากประมาณการของ Bloomberg ว่าส่วนแบ่งกำไรจาก
Centennial ในไตรมาส 4/53 จะอยู่ที่ประมาณ 1 พันล้านบาท
คาดกำไรจากการดำเนินงานหลักใน ไตรมาส 3/53 จะลดลง แต่กำไรสุทธิจะสูงสุด
เราคาดว่ากำไรสุทธิของ BANPU ใน ไตรมาส 3/53 จะอยู่ที่ระดับสูงสุดจากกำไร
พิเศษของการขายหุ้น 98.5 ล้านหุ้น (8.72%) ใน PT Indo Tambangraya Megah (ITM)
เป็นเงิน 345 ล้านเหรียญ อย่างไรก็ดี กำไรจากการดำเนินงานหลักคาดว่าจะลดลง QoQ จากการ
ปิดเหมือง Daning ในประเทศจีนเป็นเวลา 2 เดือนในระหว่างไตรมาส (เหมืองได้กลับมาดำเนิน
งานตามปกติในเดือน ก.ย. หลังได้รับใบอนุญาตชั่วคราวจนถึงสิ้นปีนี้) ในขณะที่กำไรจากกิจการ
ถ่านหินในอินโดนีเซียจะทรงตัว QoQ เนื่องจากยอดขายที่สูงขึ้นจะชดเชยกับราคาขายเฉลี่ยที่ลด
ลง ในแง่ส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจไฟฟ้า เราคาดว่า BLCP จะรายงานกำไรเพิ่มขึ้น QoQ จากการ
บันทึกกำไรอัตราแลกเปลี่ยน
คงแนะนำ ‘ซื้อ’ โดยมีราคาเป้าหมายที่ 764 บาท
ราคาหุ้น BANPU ยังคงปรับตัวอ่อนกว่าหุ้นในกลุ่มพลังงานในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา
จากปัญหายืดเยื้อในการซื้อกิจการเหมือง Centennial ดังนั้นการคาดการณ์ที่ว่าบริษัทฯ จะได้รับ
การอนุมัติจาก FIRB จะเป็นปัจจัยบวกกับหุ้น นอกจากนั้นราคาถ่านหินที่คาดว่าจะปรับตัวขึ้นตาม
ฤดูกาลในเร็ววันนี้จะส่งผลบวกต่อบรรยากาศในการลงทุนในหุ้นเหมืองถ่านหินอีกประการหนึ่ง ดัง
นั้นเรายังคงแนะนำ ‘ซื้อ’ โดยมีราคาเป้าหมายที่ 764.00 บาท
เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 09/09/10 เวลา 10:26:59
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น