ประเด็นที่น่าสนใจ
ยอดขายใน ช่วง 2 เดือน ก.ค – ส.ค 53 ทำได้ 283 ล้านบาท รอลุ้นเปิดโครงการใหม่ ช่วยขยับ
ยอด Presale
หลังใน2Q53 บริษัทมียอด Presale ที่ 460 ล้านบาท ทำให้ยอดขายครึ่งปีแรก
(1H53) อยู่ที่ 1,250 ล้านบาท (ใน1Q53 บริษัททำได้ 790 ล้านบาท หลักๆเป็นยอดขายที่เติบ
โตจากโครงการ ชวนชื่น โมดัส จรัญ-ปิ่นเกล้า โครงการ ชวนชื่น โมดัส เซนโทร และชวนชื่น
เพชรเกษม 81 ทั้งนี้ในช่วง 2 เดือน คือ ก.ค- ส.ค 53 มียอดขาย 183ล้านบาท และ 100 ล้าน
บาท ตามลำดับ สาเหตุที่ยอดขายในเดือน ส.ค 53 ลดลง มีสาเหตุมาจาก ยอด Rejecting
Rate ของธนาคารในการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น ทำให้เราคาดว่าสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากอัตรา
ดอกเบี้ยที่ขยับขึ้น ทำให้มีผลต่อความสามารถในการผ่อนชำระของลูกค้า โดยบริษัทมียอดขาย
สะสมตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันที่ 1,533 ล้านบาท ซึ่งเรามองว่ามีความเป็นได้ที่บริษัทอาจสร้าง
ยอดขายได้ไม่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ 3,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามยังมีความหวังจาก 4Q53 ที่
บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ ช่วยสนับสนุนยอดขายให้ฟื้นตัวดีขึ้น
4Q53 เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่แนวราบ 2 โครงการ และโครงการคอนโดมีเนียมอีก 2
โครงการภายในปลายปีนี้
หลังจากในช่วง ต้นปี-กลางปี บริษัทมีเปิดตัวโครงการใหม่เพียง 1 โครงการ ทำให้มี
สินค้าเพื่อขายส่วนใหญ่เป็นสินค้าเดิม โดยบริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ใน 4Q53 เป็นแนว
ราบ 2 โครงการ คือ 1) ไพรเวทพาร์ค-รามอินทรา มูลค่าโครงการ 530 ล้านบาท .และ 2) โครง
การเบลล์พาร์ค - วัชรพล มูลค่าโครงการ 500 ล้านบาท ราคาต่อหน่วยทั้ง 2 โครงการอยูที่ 3-6
ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีสินค้าคอนโดมีเนียมอีก 2 โครงการ มูลค่ารวม 1,400 ล้านบาท แบ่ง
เป็น 1,200 ล้านบาท (จำนวน 10–12 ตึก 8 ชั้น 1 โครงการ) และ 200 ล้านบาท 1 โครงการ ซึ่ง
อยู่ระหว่างยื่นขอ EIA และดำเนินโครงการเป็นประเภทสินค้า BOI 2 โครงการ ซึ่งคาดว่าจะเปิด
ตัวในช่วงปลายปี 53 และต้นปี 54
หลังระดับราคาปรับลด .เริ่มมี Upside gain 17% โดยมีราคาที่เหมาะสมปี 54 ที่ 3.50 บาท
ปรับคำแนะนำจาก “ ซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว” เป็น “ ทยอยซื้อ” ความเด่นยังคงเป็นเรื่อง ผลตอบ
แทนจากเงินปันผล
มีงานในมือ Backlog ทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องที่ 980ล้านบาท บริษัทคาดสามารถรับรู้
รายได้ใน2H53 ที่ 900ล้านบาท คาดว่ายอดขายในช่วงครึ่งปีหลังจะค่อยๆปรับตัวดีขึ้น ตามความ
เชื่อมั่นของผู้บริโภค แม้ผลประกอบการ3Q53 มีโอกาสอ่อนตัวลงจากยอดขาย แต่คาดใน4Q53
จะปรับดีขึ้นจากการเปิดตัวโครงการใหม่และยอดขายที่ฟื้นตัวและมีกำไรสุทธิที่เพิ่มจากรายการ
พิเศษกำไรจากการปรับโครงสร้างหนี้อีก 40 ล้านบาท คาดในปี53 บริษัทมีกำไรสุทธิ 544 ล้าน
บาท และกำไรสุทธิปี54 ที่ 549 ล้านบาท โดยมีราคาที่เหมาะสมอ้างอิง APER 6 เท่า อยู่ที่
3.50 บาท บริษัทมีจุดเด่นจากการเป็น Dividend Stock ที่มีการจ่ายปันผลต่อเนื่อง โดยคาด
จ่ายปันผลของผลประกอบการปี 53 ที่ 0.20 บาท ซึ่งบริษัทมีจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.10 บาท ให้
ผลตอบแทนทั้งปี Dividend Yield 6.7% คาดจ่ายปันผลครึ่งปีหลังที่ประมาณ 0.10บาท ให้ผล
ตอบแทน Dividend Yield 2H53 ที่ 3.4% และคาดจ่ายปันผลปี 54 ที่ 0.22 บาท ให้ผลตอบ
แทน Dividend Yield 7.3%
เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 09/09/10 เวลา 10:34:22
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น