แนวโน้มระยะกลาง-ยาวสดใส
BANPU จะได้ประโยชน์เต็มที่จากแนวโน้มความต้องการถ่านหินที่แข็งแกร่ง และราคา
ถ่านหินที่สดใส เพราะกำไร 3 ใน 4 มาจากธุรกิจถ่านหิน อีกทั้งการซื้อกิจการ CEY (หากสำเร็จ)
จะช่วยเพิ่มกำไรให้ BANPU อีกราว 16-30% และสร้างมูลค่าเพิ่มอีกราว 12-24% จึงคงคำ
แนะนำ “ซื้อ” ด้วยมูลค่าพื้นฐานในระยะ 12 เดือนข้างหน้า 791 บาท/หุ้น
คงเป้าหมายปริมาณขายในปี 53
แม้ปริมาณผลิตจากจูร่งจะลด (จาก 2 ล้านตัน เป็น 1 ล้านตัน) แต่ BANPU ยังคง
เป้าหมายปริมาณขายถ่านหินจากเหมืองในอินโดนีเซียที่ 23 ล้านตัน เพิ่ม 9%YoY (ณ 20 ส.ค.
53 ทำสัญญาขายแล้ว 97% ซึ่งเป็นการขายแบบกำหนดราคาแล้ว 82% อิงกับดัชนีราคาถ่านหิน
14% และที่เหลือ 6% ยังไม่กำหนดราคา) โดย BANPU จะเพิ่มปริมาณผลิตเหมือง
Indominco จาก 13.2 ล้านตัน เป็น 14.2 ล้านตัน เพื่อชดเชยปริมาณที่ลดไป
เหมืองถ่านหินในจีนเริ่มกลับมาผลิตแล้ว
ผู้บริหารให้ข้อมูลว่าเหมืองถ่านหินในจีน (Danning) ของ SAADEC ที่บริษัทถือหุ้น
56% เริ่มกลับมาผลิตแล้วหลังจากรับใบอนุญาตดำเนินการชั่วคราว ในขณะที่เหมือง Gaohe
(ถือหุ้น 45%) ยังรอใบอนุญาตเพื่อดำเนินการเชิงพาณิชย์ ดังนั้นแม้จะคาดการณ์ว่าปริมาณผลิต
ลด แต่เราเห็นว่ามีผลกระทบเพียงเล็กน้อยราว 1.3%-2.5% ของประมาณการกำไรปี 53
การเข้าซื้อกิจการ CEY ยังอยู่ระหว่างทำคำเสนอซื้อ
ผู้บริหารชี้แจงว่าหลังเปิดรับทำคำเสนอซื้อหุ้น CEY เมื่อกลาง ส.ค.ที่ผ่านมาปัจจุบัน
BANPU มีสัดส่วนการถือหุ้นล่าสุดที่ 32.8% อย่างไรก็ตามการทำคำเสนอซื้อหุ้นนี้ยังขึ้นอยู่กับ
การได้รับอนุญาตจาก The Foreign Investment Review Board (FIRB) ของออสเตรเลีย
ในการเข้าถือหุ้น รวมทั้งต้องได้รับการตอบรับคำเสนอซื้อขั้นตํ่า 50.1% ทั้งนี้บริษัทอาจขยายระยะ
เวลาการทำคำเสนอซื้อที่จะสิ้นสุดกลาง ก.ย.นี้ออกไปหากยังไม่ได้สัดส่วนการถือหุ้นตามที่ต้องการ
เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 01/09/10 เวลา 11:33:34
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น