วันศุกร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.พัฒนสิน : BANPU แนะนำ Buy ราคาเป้าหมาย 2011F 771 บาท

BANPU (Company Update) คงคำแนะนำ Buy ราคาเป้าหมาย 2011F 771 บาท(SOTP)
เราคงแนะนำ BUY BANPU และ 2011F SOTP-based TP ที่ 771 บาท (ไม่รวม
Incremental Value ของ CEY ที่เราประเมินเบื้องต้นที่ 53 บาท) เราคาดราคาหุ้น BANPU
จะ outperform ใน 1-3 เดือนข้างหน้า จากดีลการซื้อ CEY ที่คาดจะเสร็จสมบูรณ์ในเดือน ก.
ย. 2010F การนับถอยหลังเข้าสู่ปี 2011F ซึ่งเป็นปีแห่งการเติบโตของกำไรสุทธิราว 34% y-y
(ไม่รวมกำไรส่วนเพิ่มจาก CEY) และราคาหุ้นที่ laggard เมื่อเทียบกับกลุ่มพลังงานและ SET
Index นอกจากนี้ ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ 2.4x 2011F P/BV เป็นกรอบล่าง เมื่อเทียบกับ
Mean ที่ 2.77x และระดับ -0.5SD ที่ 2.37x ซึ่งเรามองdownside risk ของราคาค่อนจ้าง
จำกัด
เรายังคงกำไรสุทธิปี 2010F ที่ 13.3 พันล้านบาท (-6% y-y เนื่องจากปี 2009 มีกำไรจาก
coal swap gain สูงถึง 2.9 พันล้านบาท) และคงกำไรสุทธิปี 2011F ที่ 17.9 พันล้านบาท
(+34% y-y) เติบโตเฉลี่ย 12% ต่อปี จากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายถ่านหิน และราคาขาย
ถ่านหิน
สิ่งที่เรามองเป็น catalyst และเป็นจุดแข็งของ CEY ที่จะรองรับการเติบโต และช่วยหนุน
ศักยภาพการทำกำไรในระยะยาว (คาดเห็นชัดเจนตั้งแต่ปี 2012-13F) คือ ปริมาณ coal
reserves และ coal resources ที่มีอยู่สูง, การreprice ราคาถ่านหิน สำหรับสัญญาซื้อขาย
ระยะยาวกับผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ในประเทศ ที่อายุสัญญาจะทยอยหมดตั้งแต่ปี 2012-13F, และ
การมีสัดส่วนร่วมทุนในท่าเรือส่งออกถ่านหินที่สำคัญในออสเตรเลีย ซึ่งคาดจะเอื้ออำนวยต่อ
นโยบายการขยายตลาดส่งออกถ่านหินของ CEY ในอนาคต จากข้อจำกัดของข้อมูล เบื้องต้นเรา
ได้มีการประเมินมูลค่าส่วนเพิ่ม (Incremental Value) ของ CEY (สุทธิจากต้นทุนการเข้าซื้อ
ที่ US$2 พันล้าน บนสัดส่วนเงินลงทุน100%) ไว้ที่ 53 บาท/หุ้น BANPU ซึ่งเป็นมูลค่าเฉลี่ย
จากหลายวิธี อาทิ PER, P/BV, และ EV/tonne of reserves (ดูCompany Update 6 ก.ค.
2010) อย่างไรก็ตามเราเชื่อว่าวิธีการประเมินมูลค่าด้วย DCF น่าจะเหมาะสมกว่าเนื่องจาก
สะท้อนแนวโน้มกำไรในระยะยาวได้ดีกว่า โดยเฉพาะตั้งแต่ปี 2012-13F ที่สัญญาซื้อขายถ่าน
หินระยะยาวในประเทศจะทยอยหมดอายุ และจะมีการ reprice ราคาถ่านหินใหม่




เรียบเรียง โดย สุกัญญา ลาสุธรรม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 03/09/10 เวลา 10:34:16

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น