วันพุธที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.เกียรตินาคิน : BECL แนะนำซื้อ Fair Value ’53 (Bt) 21.00

- บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลอยู่ที่ 0.55 บาท ให้ Yield 2.9%
ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 3 ก.ย. 53
จ่ายปันผลในวันที่ 23 ก.ย. 53
- ทั้งปี 53 เราคาดว่าบริษัทจะจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 1.1 บาท ให้ Yield 5.9%
- ส่วนแบ่งรายได้ค่าผ่านทางลดลงจาก 50% เหลือ 40% เริ่ม มี.ค. 54 กระทบรายได้รวม
อย่างมีนัยสำคัญ
- แม้จะมีเงินปันผลจากธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังน้ำ และการลดลงของภาระดอกเบี้ย แต่เราคาด
ว่ากำไรปี 54 จะอยู่ที่ 1,342 ล้านบาท ลดลง 20%yoy
- ยังหวังผลตอบแทนจากเงินปันผลได้ แม้กำไรจะอ่อนตัวลดลง โดยเราคาดว่า Yield ในปี
2554 จะไม่น้อยกว่า 4.84%
- ทำให้เรายังคงแนะนำ ซื้อ สำหรับ BECL

ปริมาณจราจรเดือน ก.ค. 53 เริ่มฟื้นตัวจากเส้นทางออกนอกเมือง (Sector C)
บริษัทรายงานปริมาณจราจรเฉลี่ยต่อวันในเดือน ก.ค. 53 อยู่ที่ 932,778 คัน เพิ่มขึ้น
6.3%yoy แต่ลดลง 1.6%mom ทำให้ปริมาณจราจรเฉลี่ยต่อวัน 7 เดือนแรกของปี 53 ลดลง
0.43%yoy ปริมาณจราจรเริ่มฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัดเจน โดยเฉพาะใน Sector C เส้นทาง
ประชาชื่น – แจ้งวัฒนะ ที่มีปริมาณจราจรเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 11.4%yoy
ปริมาณจราจรเฉลี่ย 1H53 ได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมืองในประเทศช่วง เม.ย. – พ.ค.
53 ขณะที่ภาครัฐมีการประกาศวันหยุดยาวหลายช่วง ขณะที่ 2Q53 เป็นช่วงปิดเทอมใหญ่ของ
สถาบันการศึกษา ทำให้ปริมาณจราจรเฉลี่ยต่อวันใน 7 เดือนแรกของปี 53 ลดลง 0.43%yoy

สัดส่วนรายได้ค่าผ่านทางที่ลดลง กระทบผลประกอบการปี 54 ชัดเจน
การดำเนินธุรกิจของบริษัทเริ่มมีควมเสี่ยงเพิ่มขึ้นจาก (1) มี.ค. 54 บริษัทจะมีสัดส่วน
รายได้จากค่าผ่านทางลดลงจาก 50% ในปี 2553 เหลือ 40% เริ่ม มี.ค. 54 ทำให้การรับรู้ราย
ได้ค่าผ่านทางลดลง (2) อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเริ่มลดลง ตามแนวโน้มผลประกอบการ
โดยเราคาดว่าอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลจะลดลงจาก 5.9% เหลือ 4.8% ในปี 2554 (3)
การขยายเส้นทางรถไฟฟ้าในอีก 3 – 5 ปีข้างหน้า
อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา บริษัทมีการลงทุนที่เป็นการกระจายความเสี่ยงไปสู่ธุรกิจ
สาธารณูปโภคอื่น โดยเฉพาะในปี 2554 บริษัทจะเริ่มมีการรับรู้เงินปันผลจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ
ในประเทศลาว (BECL ถือหุ้น 16.67% คาดเริ่มดำเนินการผลิต ธ.ค. 53) รวมทั้งการ
Refinance เพื่อลดต้นทุนทางการเงิน เพื่อลดผลกระทบจากการรับสัดส่วนการรับรู้รายได้ค่าผ่าน
ทางที่ลดลง

คาดหมายอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลไม่น้อยกว่าปีละ 4.5% ทำให้เรายังคงแนะนำ ซื้อ
แม้เราจะเชื่อว่าในช่วงต้นจะทำให้ผลประกอบการอ่อนตัวลดลง โดยเราคาดว่าในปี
2554 บริษัทจะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,342 ล้านบาท ลดลง 20% จากปี 2552 (รวมกำไรจากการ
ขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน คาดประมาณ 100 ล้านบาท) แม้บริษัทจะเริ่มมีรายได้
จากเงินลงทุนโครงการสาธรณูปโภค รวมทั้งการปรับโครงการทางการเงิน ไม่สามารถชดเชยราย
ได้จากค่าผ่านทางที่ลดลงตามอายุสัญญาได้
ที่ผ่านมา PER ของหุ้นปรับตัวลดลงจาก 9.5 เท่า เหลือ 8.2 เท่า สะท้อนแนวโน้มของ
ผลประกอบการในปี 2554 แต่เรามองว่าเป็นไปตามอายุสัญญา ขณะที่ผลประกอบการที่ลดลง
กระทบอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล แต่เรายังคาดว่าจะไม่น้อยกว่า 4.84% ทำให้เรายังคงมุม
มองต่อหุ้น BECL ในฐานะหุ้นปันผลดีตัวหนึ่ง ทำให้เรายังคงแนะนำ ซื้อ







เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 01/09/10 เวลา 9:36:34

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น