เตรียมเซ็นงานเพิ่มกว่า 9.7 หมื่นล้านบาท ในช่วง 2H53
หลังจากที่ CK ได้มีการจัดตั้งบริษัทย่อย คือ บจก.ไซยะบุรีพาวเวอร์ เพื่อรองรับสัมปทาน
ในการผลิตกระแสไฟฟ้า จากประเทศลาว ในวันที่ 10 มิ.ย. 53 รวมถึงได้มีการเซ็นบันทึกความ
เข้าใจกับ กฟผ. ในการซื้อขายไฟฟ้า เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 53 คาดว่า CK จะมีการเซ็นสัญญางานก่อ
สร้างเขื่อนไซยะบุรีมูลค่ากว่า 7.6 หมื่นล้านบาท ในช่วงเดือน ต.ค. นี้ รวมถึงงานที่รอเซ็นสัญญา
อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นงานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินสัญญาที่ 2 ที่ปัจจุบันได้ผ่านขั้นตอนการต่อรอง
ราคาไปแล้ว มูลค่าประมาณ 1 หมื่นล้านบาท และงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าบางปะอินมูลค่า 4 พันล้าน
บาท คาดว่าจะเซ็นสัญญาภายใน 4Q53 เช่นกัน เมื่อรวมกับ Backlog ณ สิ้น 2Q53 ที่มีอยู่
12,346 ล้านบาท จะทำให้มูลค่า Backlog ณ สิ้นปี 2553 ของ CK เพิ่มขึ้นทะลุ 1 แสนล้าน
บาท ถือเป็นหลักประกันรายได้ที่มั่นคงในระยะ 5 ปีข้างหน้า นอกเหนือจากนี้ งานประมูลภาครัฐ
ขนาดใหญ่ที่ยังคงมีออกมาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงมูลค่า 4.5 หมื่น
ล้านบาท งานอาคารรัฐวิสาหกิจมูลค่า 4 พันล้านบาท และ งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อน
และสีเขียวเข้ม มูลค่ารวม 3.6 หมื่นล้านบาท ถือเป็นโอกาสสำหรับ CK ที่จะรับงานเพิ่มเติมได้อีก
ในอนาคต
ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม จะเติบโตก้าวกระโดดในปี 2554
นอกเหนือจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่มีแนวโน้มสดใสในระยะ 5 ปีข้างหน้า CK ยังได้รับ
แรงหนุนจากบริษัทย่อยต่างๆ ที่จะสร้างผลตอบแทนคืนกลับมาให้กับ CK โดยเฉพาะ บจก.
เซาท์อีสท์ เอเชีย เอนเนอร์จี (SEAN) ที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 ที่คาดว่าจะสร้าง
กำไรให้กับ CK ได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 300 ล้านบาท จากที่ CK ต้องแบกรับผลขาดทุนในช่วงการก่อ
สร้างตลอด 4 ปีที่ผ่านมาประมาณปีละ 300 ล้านบาท ขณะที่บริษัทน้ำประปาไทย (TTW) ที่ CK
ถือหุ้นอยู่ 30.79% ก็มีผลประกอบการที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง สำหรับ BMCL แม้จะมีผลขาดทุน
สุทธิ แต่ก็เป็นผลขาดทุนที่ลดลงต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่า BMCL จะเข้าสู่จุดคุ้มทุนได้ในปี 2557 หลัง
มีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเมื่อมีการเปิดใช้งานรถไฟฟ้าสายสีม่วง ทำให้ส่วนแบ่งกำไรตามวิธีส่วน
ได้เสีย จะกลายเป็นส่วนประกอบสำคัญต่อกำไรสุทธิในอนาคตของ CK
ปรับเพิ่ม Fair Value สะท้อนอนาคตที่สดใส 5 ปีข้างหน้า แนะนำ ซื้อ
ผลประกอบการงวด 1H53 ที่มีผลขาดทุนสุทธิสูงถึง 359 ล้านบาท ทำให้ฝ่ายวิจัยมีการ
ปรับปรุงประมาณการกำไรสุทธิปี 2553 ของ CK จากเดิมที่คาดว่าจะกำไร 78 ล้านบาท เป็นขาด
ทุน 47 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ความชัดเจนที่มีมากขึ้นเกี่ยวกับการเซ็นสัญญางานในช่วง
2H53 ทำให้ฝ่ายวิจัยมีการปรับเพิ่ม Fair Value ในธุรกิจรับเหมาก่อสร้างของ CK จากเดิมที่
กำหนดที่ PBV 1 เท่า ขึ้นมาเป็น PBV 1.5 เท่า จะทำให้ Fair Value ของ CK ที่กำหนดด้วย
วิธี Sum of the part ปรับขึ้นจาก 8.65 บาท เป็น 10.51 บาท มี Upside 24% คงคำแนะนำ
ซื้อ
เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 01/09/10 เวลา 9:37:18
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น