เราชอบ BGH เนื่องจากบริษัทฯ ได้ประโยชน์จากการเติบโตของ
เศรษฐกิจในต่างจังหวัด และการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว 2ใน3 ของโรงพยาบาลของ
BGH ในประเทศไทยมีทำเลที่ตั้งในต่างจังหวัด และอยู่ในแหล่งท่องเที่ยว
BGH มีอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่งเช่นเดียวกับรอบการเติบโตที่ผ่านมาใน
ปี 2008 แต่ซื้อขายที่ PE เพียงครึ่งของปี 2008 แนะนำ “ซื้อ”
ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 49 บาท/หุ้น แนะนำ “ซื้อ”
เราปรับเพิ่มราคาเป้าหมายสำหรับ BGH ขึ้นเป็น 49 บาท/หุ้น จาก 44
บาท เนื่องจากเราปรับเพิ่มประมาณการกำไรโดยเฉลี่ยขึ้น 17% เริ่มตั้งแต่
ปี 2010 เป็นต้นไป สะท้อนการฟื้นตัวขึ้นของผู้ป่วยชาวไทย และ
ชาวต่างชาติที่เร็วกว่าคาด และมีอัตราส่วน SG&A/sales ที่ต่ำกว่าคาด ซึ่ง
ทำให้ประมาณการกำไรปีนี้ของเราอยู่ในระดับที่สูงกว่าของตลาด 15% เรา
คาดว่าแนวโน้มกำไรที่แข็งแกร่ง และการปรับประมาณการขึ้นของตลาด
น่าจะเป็นสองปัจจัยซึ่งช่วยผลักดันหุ้นในอนาคต คงคำแนะนำ “ซื้อ” BGH
กลับมาฟื้นตัวแข็งแกร่งอีกครั้งในช่วง 3Q10
หลังจากได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดทางการเมืองในช่วง 2Q10
ปัจจุบันเราเห็นสัญญาณการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้ในช่วง 3Q10
ผลักดันโดยจำนวนผู้ป่วยชาวไทย และชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นไปตามที่เรา
คาด แต่สิงที่เหนือความคาดหมายของเรา คือ การฟื้นตัวที่มาถึงเร็วกว่าที่
เราคาด ถึงแม้จะได้รับผลกระทบจากการมีฐานกำไรที่สูงใน 3Q09 เพราะ
การระบาดของไข้หวัดใหญ่ H1N1 แต่บริษัทฯ ยังคงสามารถบริหารจัดการ
ให้บริษัทฯ มีรายได้ที่เติบโต 2%y-y เดือนก.ค. และเร่งตัวขึ้นเป็น 12%y-y
ในเดือนส.ค. เราคาดว่าโมเมตัมที่เป็นบวกนี้น่าจะมีต่อเนื่องไปยังเดือนก.ย.
ผลักดันโดยการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของจำนวนผู้ป่วย ดังนั้นเราจึงคาดว่า
กำไรของ BGH จะเติบโต 10%y-y มาอยู่ที่ 626 ลบ. ในช่วง 3Q10
ได้ประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจใน ตจว. และการท่องเที่ยว
เรายังคงชอบ BGH มากกว่า BH เนื่องจาก 1) BGH น่าจะได้ประโยชน์
มากที่สุดจากเศรษฐกิจที่เติบโตแข็งแกร่งในต่างจังหวัด เพราะราวสองใน
สามของ 16 โรงพยาบาลของ BGH ในประเทศไทยตั้งอยู่ในพื้นที่
ต่างจังหวัด (เทียบกับ BH ที่ไม่มีเลย) 2) บริษัทฯ ยังได้ประโยชน์จากการ
ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งมีสาเหตุจาก
โรงพยาบาลส่วนใหญ่ของ BGH มีทำเลอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น
กรุงเทพฯ, พัทยา, สมุย และ หาดใหญ่ (เทียบกับ BH ที่ไม่มีเลย) และ 3)
บริษัทฯ จะได้ประโยชน์จากการมีต้นทุนคงที่ที่สูงมากกว่า BH เมื่อ
อุตสาหกรรมเข้าสู่ช่วงขาขึ้น โดยค่าเสื่อมราคาของ BGH คิดเป็น 10% ของ
รายได้รวม (เทียบกับเพียง 5% สำหรับ BH)
มีโอกาสปรับตัวขึ้นไปอีก
ถึงแม้ว่าราคาหุ้น BGH จะเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา
แต่เรายังคงเห็นโอกาสที่หุ้นจะปรับตัวขึ้นไปอีก เนื่องจาก 1) มี valuation ที่
น่าสนใจ เมื่อเทียบกับรอบการเติบโตที่ผ่านมาในปี 2008 ซึ่งในขณะนั้น
BGH ซื้อขายที่ PE เกือบ 28.5 เท่า โดยมีกำไรที่เติบโต 30% นอกจากนี้
เรายังคาดว่า BGH จะรายงานการเติบโตของกำไรในปี 2010-12F ในอัตรา
เดียวกันปี 2008 แต่ปัจจุบันซื้อขายที่ PE เพียงครึ่งของปี 2008 2) BGH
มีมูลค่าถูกกว่า BH (ซื้อขายที่ PE ที่ 15 เท่าในปี 2010F และ PEG ที่ 0.7
เท่า เทียบกับ 17 เท่า และ PEG 2.9 เท่า สำหรับ BH)
เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 10/09/10 เวลา 9:18:07
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น