วันอังคารที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.เอเซียพลัส : KH แนะนำ“ซื้อ” ราคาเหมาะสมที่ 7.33 บาท

ประกันสังคม และประกันสุขภาพ หนุนการเติบโตของรายได้ในปี 2554
คาดว่าผลประกอบการของบริษัทจะฟื้นตัวตั้งแต่งวด 3Q53 จากผลของฤดูกาล
ประกอบกับยังมีอนาคตที่สดใสต่อเนื่องในงวด 4Q53 และปี 2554 หลังภาครัฐมีโครงการเพิ่มวง
เงินค่ารักษาพยาบาลแก่ผู้ประกันสังคม 4 รายการ คือ ค่าคลอดบุตร เงินสงเคราะห์บุตร ค่าทันต
กรรม และค่ารักษากรณีทุพพลภาพ รวมทั้งเพิ่มสิทธิ 2 รายการ คือ การใส่รากฟันเทียมและการ
รักษาโรคจิต (ตารางด้านขวา) ซึ่งคาดว่าจะทำให้อัตราค่าเหมาจ่ายรายหัวเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 5%
yoy เป็น 2,099 บาท สำหรับโครงการประกันสุขภาพ ครม. อนุมัติปรับขึ้นค่าเหมาจ่ายรายหัว
6% yoy เป็น 2,456 บาท แล้ว รวมทั้งขยายสิทธิให้แก่ข้าราชการและครอบครัว เพื่อให้สามารถ
เข้ารับการรักษากับโรงพยาบาลเอกชนได้มากขึ้น จากเดิมที่กำหนดว่าจะเบิกได้เฉพาะกรณี
อุบัติเหตุที่เป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตเท่านั้น โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2553 นี้เป็นต้น
ไป โดยคาดว่าโครงการของรัฐดังกล่าวข้างต้น จะส่งผลดีต่อ KH เพราะเป็น ร.พ. ที่เข้าร่วมทั้ง
โครงการประกันสังคม และประกันสุขภาพ
ปรับประมาณการกำไรปี 2554 เพิ่ม 17% สะท้อนอนาคตที่ดูสดใสมากขึ้น
จากปัจจัยบวกดังกล่าวข้างต้น ทำให้คาดว่า KH จะยังไม่ยกเลิกการให้บริการแก่ผู้ป่วย
บัตรทองที่ยังเหลืออยู่ราว 1.3 แสนราย แต่เนื่องจากเดิมฝ่ายวิจัยได้ประเมินอย่างอนุรักษ์นิยมมาก
ไป ภายใต้สมมติฐานว่าบริษัทยกเลิกบริการบัตรทองทั้งหมดลงในปี 2554 ฝ่ายวิจัยจึงต้องปรับ
เพิ่มฐานลูกค้าบัตรทองเข้ามาในประมาณการอีกครั้ง ประกอบกับคาดว่าโครงการจากภาครัฐดัง
กล่าวข้างต้น โดยเฉพาะโครงการประกันสุขภาพที่ขยายสิทธิให้แก่ข้าราชการและครอบครัวคาด
ว่าจะสร้างโอกาสในการขยายฐานลูกค้าและรายได้ของบริษัทได้มากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันมีข้า
ราชการและครอบครัวที่มีสิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลอยู่ถึง 4.5 ล้านคน ภายใต้งบ 6 หมื่นล้านบาท
ฝ่ายวิจัยจึงต้องปรับปรุงประมาณการกำไรสุทธิในปี 2554 ของบริษัทเพิ่มขึ้นราว 17% จาก
ประมาณการเดิม (รายละเอียดในตารางหน้าถัดไป) โดยคาดว่ากำไรสุทธิในปี 2554 จะเพิ่มขึ้น
24% เมื่อเทียบกับปี 2553 ที่คาดว่าผลประกอบการจะชะลอลงราว 12% yoy จากผลของการยก
เลิกบัตรทองบางส่วนไปตั้งแต่งวด 2Q53
ปรับคำแนะนำจาก “ถือ” เป็น “ซื้อ”….รอการฟื้นตัวอย่างโดดเด่นกว่าตลาด
ภายใต้ประมาณการใหม่ราคาเหมาะสม (อิงวิธี DCF) ปี 2554 อยู่ที่ 7.33 บาท ซึ่งมี
upside 34.4% เมื่อเทียบกับราคาปัจจุบัน และยังคาดหมายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการ
งวด 2H53 อีกราว 0.10 บาท/หุ้น โดยได้จ่ายเงินปันผลสำหรับงวด 1H53 ในอัตรา 0.10 บาท
หรือคิดเป็น Div. yield ราว 3.7% ต่อปี นอกจากนี้หากเทียบกับหุ้นในกลุ่ม ร.พ. แล้ว หุ้น KH ยัง
มีการซื้อขายที่ค่า PER เพียง 5 เท่า ซึ่งยังน้อยกว่ากลุ่มที่มีการซื้อที่ PER เฉลี่ยราว 14 เท่า ทำ
ให้ฝ่ายวิจัยปรับคำแนะนำจาก “ถือ” เป็น “ซื้อ” เพื่อรับเงินปันผลรอการฟื้นตัวอย่างโดดเด่นในปี
หน้า


เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 14/09/10 เวลา 9:45:27

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น