วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.ซิกโก้ : KSL ราคาเหมาะสม FY11E ที่ 13.00 บาท แนะนำ “ถือ”

คาดกำไรสุทธิ 3Q10E ลดลง 49.6% YoY และ 23.7% QoQ
SSEC คาดกำไรสุทธิ 3Q10E ไว้ที่ 77 ลบ. หรือลดลง 49.6% YoY และ 23.7%
QoQ จากสาเหตุหลักที่ยังมีการรับรู้ขาดทุนในตราสารอนุพันธ์อีกประมาณ 100 ลบ. ขณะที่
ความแห้งแล้ง-ภัยพิบัติในต่างประเทศ และการทำสัญญาล่วงหน้าของชาวไร่ ทำให้แนวโน้ม
ต้นทุนมีสูงขึ้น ส่งผลให้อัตราการทำกำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin: GPM) ปรับลดลงอยู่
ระดับ 18.0% จาก 3Q09A ที่ 21.0% และ 2Q10A ที่ 30.9% อย่างไรก็ดี คาดรายได้
3Q10E เพิ่มขึ้น 7.9% YoY จากราคาน้ำตาลในตลาดโลกปรับตัวขึ้น แต่เนื่องจากสัดส่วนยอด
ขายใน 2H10E อยู่ในต่างประเทศน้อยกว่า 1H10A กอปรกับเงินบาทที่แข็งค่าถึง 31 บาท/
เหรียญสหรัฐ ทำให้คาดรายได้ 3Q10E ลดลงถึง 14.4% QoQ

2H10E กลับแย่กว่า 1H10A จากต้นทุนที่สูง และค่าเงินบาทที่แข็ง
เนื่องจากปกติที่ยอดขายในต่างประเทศ 2H10E จะมีต่ำกว่า 1H10A ซึ่งจากปัญหา
ภัยแล้งทำให้ผลผลิตใน FY10E ต่ำกว่าคาด (จาก 75 ล้านตันอ้อย เหลือเพียง 69 ล้านตันอ้อย)
และอานิสงส์จากภัยธรรมชาติของผู้ผลิตรายใหญ่คือบราซิลและอินเดีย ทำให้ปริมาณผลผลิตใน
ตลาดโลกลดลง เป็นผลให้แนวโน้มราคาน้ำตาลส่งออกเพิ่มสูงขึ้น แต่อย่างไรก็ดี เนื่องจากความ
กังวลต่อการขาดแคลนน้ำตาล และความต้องการบริโภคในประเทศที่สูงขึ้นทำให้โควต้า ก ปรับสูง
ขึ้น ซึ่งเป็นผลให้ปริมาณการส่งออกของ KSL กลับลดลงในช่วงราคาตลาดโลกขาขึ้น กอปรกับ
แรงกดดันของราคาในประเทศทำให้การทำกำไรยากขึ้น นอกจากนี้ ยังได้รับผลกระทบจากค่าเงิน
ที่แข็งขึ้นด้วย ทั้งนี้ทำให้ SSEC ปรับประมาณการกำไรสุทธิ FY10E ลงจากเดิมที่ให้ไว้ 696
ลบ. เป็น 437 ลบ. หรือลดลง 37.2%

FY11E คาดผลประกอบการกลับมาเติบโตโดดเด่น
เนื่องจากใน FY10E KSL ได้รับผลกระทบอันได้แก่ 1) การปรับขึ้นโควต้า ก จาก 2
ล้านตันน้ำตาลเป็น 2.2 ล้านตันน้ำตาล ทำให้ KSL มีผลผลิตส่งออกน้อยลง 2) ปริมาณผลผลิตที่
ออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ (จาก 79 ล้านตันอ้อยเป็น 69 ล้านตันอ้อย) และการทำสัญญาล่วงหน้า
ของชาวไร่ไปกว่า 80% ทำให้แนวโน้มต้นทุน KSL มีสูงขึ้น 3) ความผันผวนของราคาน้ำตาลและ
โมลาสในตลาดโลก ทำให้การทำกำไรเป็นไปได้ยาก แต่อย่างไรก็ดี SSEC คาดผลประกอบการ
ใน FY11E จะกลับมาเติบโตโดดเด่น เพราะปัญหาที่กล่าวข้างต้นได้คลี่คลายลง กอปรกับ
โรงงานที่ย้ายไปบ่อพลอย และโรงงานที่ลาว-กัมพูชา คาดจะมีกำลังการผลิตที่สูงขึ้น ขณะที่
ค่าใช้จ่ายลดลง รวมถึงคาดจะไม่มีการรับรู้ขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ (ซึ่งเป็นรายการพิเศษใน
FY10E)

ราคาเหมาะสม FY11E ที่ 13.00 บาท แนะนำ “ถือ”
SSEC ประเมินราคาเหมาะสม FY11E ด้วยวิธี DCF มี WACC ที่ 9.1% ได้เท่ากับ
13.00 บาท ซึ่งราคาหุ้น KSL มีความสัมพันธ์กับราคาน้ำตาลโลกค่อนข้างสูง ขณะที่ภาวะการ
ขาดแคลนน้ำตาลโลกยังเกิดขึ้น ทำให้ราคาน้ำตาลกลับมาปรับตัวสูงขึ้น ทั้งนี้ ราคาหุ้นปัจจุบัน
เทียบกับราคาเหมาะสมให้ผลตอบแทนเท่ากับ 14.5% (Upside Gain 11.1% Dividend
Yield 3.3%) จึงแนะนำ “ถือ”



เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 02/09/10 เวลา 9:08:28

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น